Tonkla's profileTonkla on the sunshine d...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    27 February

    มีคนเป็นล้านคน ช่างไร้เหตุผลจริงๆ ที่เราเจอกัน

     
    ไม่เข้าใจจริง ๆ .....
    ไม่เข้าใจ ว่าอะไรดลใจให้ไปขวนขวาย หาเบอร์ มาจนได้
    ไม่เข้าใจ ว่าทำไมวันนั้นถึงกล้าโทร.
    ไม่เข้าใจ ว่าถ้าวันนั้นมีกล้องวงจรปิดแล้วจะทำหน้ายังไง
    ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องคอยแอบมองเค้าตลอด
    ไม่เข้าใจ ว่าทำไมว่าต้องเดินเก็กหน้าขรึม ผ่านไปผ่านมา ทั้ง ๆ ที่อยากหันไปยิ้มให้
    ไม่เข้าใจ ว่าทำไมอยากคุยทุกวัน
    ไม่เข้าใจ ว่า "เราชอบเค้าเหรอ" ?
     
    ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ โอ้ยยยย ไม่เข้าใจ...
    01 July

    มารื้อฟื้นความหลังกันคับ...

    1.คุณเป็นรุ่นสุดท้ายที่ได้เล่น มอญซ่อนผ้า กระโดดยาง รีรีข้าวสาร
    เป่ากบ ฯลฯ โดยไม่ต้องไปหาดูตามงานวัด หรือ งานแสดงศิลปะวัฒนธรรม


    2.
    คุณเกิดมาร้องเพลงขอมอบดอกไม้ในสวนได้ทัน ในยุคที่พี่แจ้ นกแล นิธิทัศน์ ยังดังและเมื่อโตขึ้น คุณก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะฟังดีทูบี

    3.
    คุณได้เห็นคาราบาวยุคก่อนประวัติศ่าสตร์ เฟื่องฟูและเสื่อมถอย

    4.
    คุณได้เห็น ก็อต จักรพันธ์ (คนเดียวกับ เจ้าชายลูกทุ่ง) ยังร้องเพลงสตริงวัยรุ่น และคณะวงดนตรีชื่อดังอย่าง แอ๊ด เทวดา

    5.
    คุณเกิดมาทันพอดีในยุคที่รองเท้าและถุงเท้านักเรียนแลกซื้อของเล่น (หลอกเด็ก) และหลังจากหมดยุคคุณมันก็ไม่ทำมาหลอกเด็กอีกเลย

    6.
    คุณโชคดีที่เกิดมาทันในยุคที่เมืองไทย มีดาราเด็กชื่อดังอย่าง น้องตูมตามสามารถนำมาเปรียบเทียบกับความน่ารักของน้องพลับตอนนี้ได้

    7.
    คุณโตมาพร้อมกับโงกุน ดราก้อนบอล มันออกฉายทีวีครั้งแรกปี2529–2538 หนังสือการ์ตูนอัพเดท ทุกสัปดาห์ มีพิมพ์ทุกสำนักไม่มีการดองเพราะยังไม่มีลิขสิทธ์ อ่านแล้วไปดูช่อง9อีกยังมันส์
    ถามเด็กผู้ชายยุคนั้นไม่มีใครไม่รู้จัก"พลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้า" หอคอยกาลิน+ถั่ววิเศษ และเราก็เคยเห็นพระเจ้ามาแล้ว กินเวลา10กว่าปีถึงจะจบ (แต่เด็กรุ่นใหม่ใช้เวลาอ่านแค่วันเดียว)


    8.
    สุดยอดแห่งการ์ตูนก็มีในยุคนี้ เช่น เซ็นต์เซย่า (ยังหาดูได้จาก UBC Spark) เจ็ทแมน จีบัน เกียบัน ชาลีบัน ซึบาสะ นายมดแดง อุลตร้าแมน เซเลอร์มูน รันม่า1/2 ฯลฯ มันเข้ามาฉายตอนเราอยู่อนุบาล หรือประถมแล้วพอขึ้นชั้นมัธยมมันก็ค่อยๆหายไป

    9.
    คุณเกิดมาทันพอดี กับช่วงเกมกด วีดีโอเกม คอนตร้า มาริโอ พอโตขึ้นก็ยังไม่แก่เกินไปที่จะเล่น play station และ ทามาก๊อดจิ ขึ้นๆลงๆซ้ายขวาเอบี ซีเลค สตารท์ สูตรสามสิบตัวเลย คอนทร้า
    มาริโอ่ก็เก็บเห็ดอย่างเดี่ยว ส่วนPlay Station ก็วินนิ่งเลย

    10.
    ในช่วงเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น คุณก็โตมาพร้อมกับอาร์เอส ยุคที่นักร้องอายุไล่เลี่ยกับคุณ ออกเทปกันให้ควั่ก
    และคุณยังได้เห็นตำนานร็อค หรั่ง หินเหล็กไฟ เสือ อิทธิ ไฮร็อค ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตา หลังการเข้ามาของเต๋า ทัช เจ บอยเก๊าท์ แก๊งใจง่าย หลังจากนั้นก็เป็นยุคทองของอาร์เอส โดยแท้จริง แต่นั่นมันก็เป็นอดีตไปแล้ว ยุคนี้เขาห้ามเอาของเกี่ยวกับอาร์เอสเข้าบ้าน


    11.
    หนังไทยก็ทำมาตามวัยของคุณ แล้วมันก็มีเยอะจริงๆ อนึ่งคิดถึงฯ
    น้ำเต้าหู้กับครูระเบียบ ปีหนึ่งเพื่อนกัน กระโปรงบานขาสั้น โลกทั้งใบ เด็กเสเพล พอคุณโตเข้าหน่อยก็มีหนังอย่าง โอเนกาทีฟ จักรยานสีแดง แล้วที่ทำมา โดนใจคนยุคนี้จริงๆ อย่างหนังระลึกชาติ แฟนฉัน


    12.
    คุณได้ซึมซับอารมณ์ และบรรยากาศของการเข้าฉายครั้งแรก
    ของสุดยอดหนังตื่นตา ตื่นใจในยุคนั้นอย่าง terminater2 Jurassic park speed-เร็วกว่านรก (ภาคหลังอย่าได้พูด)

    13.
    รองเท้าแตะในตำนานอย่าง Scholl (สกอลล์)ก็มาฮิตที่สุดในยุคคุณนี่แหละใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง ( ร้อยละ 70 ของเด็กวัยรุ่นในยุคนั้นโดนขโมยแต๊บมาแล้ว)

    14.
    คุณเกิดมาทัน ได้ดูลิเวอร์พูลยุคล่าอาณานิคมยุค’80 และตกเป็นเมืองขึ้นยุค’90 จนถึงปัจจุบัน

    15.
    ตอนมัธยมสิ่งที่ทำให้คุณบ้าบาสเกตบอลเพราะชิคาโก้บูล ร็อตแมน โอนีล พิพเพน จอร์แดน และการ์ตูนแสลมดังค์ไม่ได้บ้าเพราะอยากโชว์สาว

    16.
    มีหมากฝรั่งบุหรี่ด้วย อิอิ กินแล้วโดนดุประจำ

    17.
    เรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ หรือไม่ก็วันศุกร์ก่อนกลับบ้าน

    18.
    ดูดาวพระศุกร์ .. สายโลหิต เวอร์ชั่น ศรราม สุวนันท์

    19. 10
    ปีที่แล้วเจ้าขุนทองเป็นยังไง 10ปีให้หลังเจ้าขุนทองก็ยังอยู่ มันไม่แก่ขึ้นเลยว่ะ

    20.
    คุณได้เห็นยุคที่นักฟุตบอลไทยยังเป็น Dream Team จนปัจจุบันกลายเป็น ฝันค้าง

    21.
    ยุคของ 3 หนุ่ม 3 มุม --กบ แท่ง มอส หรือ พี่เอก พี่ทศ พี

    22.packlink, 1145, 152, 162
    ใช้ส่งข้อความ เป็นไรที่ วัยรุ่น hit hot มาก

    23.
    ยุคเฟื่องฟูสุดขีด ของ วง Micro อารมณ์ "ขอมือ ขวา หน่อยคร๊าบ"

    24.
    มุข นายก ชวน ยัง เล่นได้เสมอ "เอ่อ ผมคิดว่า.... ในกรณีนี้ เรายังไม่ควรรีบด่วน......ตัดสินใจ ควรจา... ยืดวาระ ในการ พิณาาาาา........ ออกไป ซัก 10 ชาติก่อน "

    25.
    แผ่นซีดี ยังราคา 250 บาท... ทั้ง Grammy และ RS

    26.
    เจ้าพ่อ เซี่ยงไฮ้.... ฉายแล้วฉายอีก.. ไม่รู้ ทำไม เจ้าพ่อ มันออกลูกดก เหลือเกิน... ดนตรีเปิดตัว มาพร้อมกับ ท่า เดิน อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อม ชุดสูท สวมหมวก...เท่จริงๆ...


    27.
    หนังจีน... เล่นไพ่ โคตรสารพัด เทคนิค ในการโกง... คนตัดคน ภาค 1 2 3 พระเอกต้องโง่ก่อน แล้วมาเก่งสุดๆ... ได้อาจารย์ ที่เก่งกว่า ตัวโกง.. แต่ถูกโกง แล้วมาถ่ายทอดฝีมือ โคตรเซียน ให้ลูกศิษย์ ยุคทองของ เฉินหลง โจวเหวินฟ่ะ หงจินเป่า หยวนเปียว
    หลิวเต๋อหัว เลสลี่จาง และโจวซินฉือ

     

    28.หนังจีนทุกเรื่อง มีประโยคฮิต "ใครฆ่าท่านพ่อ.ท่านแม่..อาจารย์" "แก้แค้น 10 ปีไม่สาย"
    "
    บุญคุณต้องทดแทนความแค้นต้องชำระ" -ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่.. -ข้าน้อย สมควรตาย.. ก่อนตาย เพื่อนพระเอก พระเอก หรือนางเอก จะต้อง... โอ้ว.. (หายใจไม่ออก) ใกล้ตายเต็มทน แต่ยัง

    ยืดเยื้อไปได้อีกหลายซีน... -ยุคนั้น... บูมมาก สำหรับ "ดาบมังกรหยก" "ศรราม เล่นเรื่อง "เหินฟ้า" ตะวันชิงพลบ , เบิร์ด ยัง โฆษณา ฟิล์ม เบิร์ดโฆษณาฟิล์มฟูจิไม่ใช่โกดักและเพลงที่ร้องเป็นภาษาจาไมก้า ชื่อเพลง Regge Embassador โหว่ โว โว เย๊...... (ท่อนหลัง เข้าใจว่า เป็น ภาษา อารบิก ฟังไม่รู้เรื่อง)



    29.
    ทำบัตรประชาชน มีออกใบเหลือง อีกสามเดือน มารับ.... รูปที่ได้ มาติดบัตร... แมร่ง..ใช่กรู เหรอวะ

    30.
    ไม่มีรายการ "ถึงลูก ถึงคน" เจอแต่ "มาตามนัด" "ฝันที่เป็นจริง" ตาวิเศษ เห็นนะ ฯลฯ

    31.
    เขาทราย ดิ..... เก่งที่สุด..ดูต่อยมวยทีไร ชนะทุกที...

    32. คุณ
    ได้ดูมังกรหยกทุกภาคทุกเวอร์ชั่นทั้งจอแก้วและจอเงิน

    33. คุณไ
    ด้กินไอติมแท่งตราจรวดแถวบ้าน นอกจากนั้นยังได้กินไอ-ติมถั่วดำ เผือก ตราหมีแฟนด้าด้วย

    34. คุณเ
    รียนรู้พร้อมกับมานี มานะ ปิติ วีระ เพชร ชูใจ จันทร ฯลฯ เจ้าแก่ สีเทา ด้วย

    35. คุณ
    ได้ดูอิคคิวซังตั้งแต่เด็กยันโตทำไรต้องนั่งมาทิ ใช้หมองก่อนปิ๊ง

    36. คุณ
    ทันอ่านศรีธนนท์ชัยกับความเจ้าเล่ห์แกมโกงของเขา

    37.
    คุณได้ดูหนังจักรๆวงศ์ๆทั้งช่อง ๓ จ. ถึงศ. และช่อง 7 ส./อ. ขวานฟ้าหน้าดำ หอยสังข์ แก้วหน้าม้า สุดยอด

    38. คุณ
    ได้ดูขวัญ เรียม บ้านทรายทอง แหวนทองเหลือง มนต์รักอสุร ผยอง ฯลฯ ที่ทำซ้ำไปซ้ำมา

    39. คุณ
    เล่นgame boysตั้งแต่เวอร์ชั่นแรก จนปัจจุบันอันเล็ก

    ใครอ่านจนจบแล้วตรงมากกว่า 20 ข้อ แก่จัง

    18 June

    Country road take me home.....

     
          ไปตามอ่านได้ในพันทิพย์เลยคับ มีภาพประกอบด้วย
     
     
     
    03 June

    Tonkla on the Friday in love

    Friday in love  : ศุกร์ที่ 2 มิ.ย.2549 หลังจากหมดสิ้นภารกิจการเทรน Moving Forward 2006 ตลอดสองวัน  เอาละว่ะ วันศุกร์แล้วด้วย  จะรีบกลับบ้านเพื่อไปดูรายการทีวีเดิม ๆ ที่แสนจะน่าเบื่อ, เล่นเน็ต เวปเดิม ๆ chat กับคนเก่า ๆ อยู่ทำไม  โอกาสดี ๆ อย่างนี้ต้องออกไปซิ่ง & ดริ้งดีกว่า  สุดท้ายโปรเจคซิ่ง&ดริ้ง ของเราก็มาลงเอยที่ Karaoke ที่ SF – MBK งานนี้ทั้งร้อง ทั้ง Dance ทั้ง Drink ทั้ง Dak ทำเอาเลิกซะเกือบสี่ทุ่ม กลับถึงบ้านก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ..... เดินเข้าซอย มีอาการโซซัดโซเซเล็กน้อย เพราะดริ้งไปหลายแก้วเหมือนกัน  "เฮ้อ... เหนื่อยกับงานและเที่ยวมา โทรมเชียวตัวก็เหม็นอีก กลับถึงบ้านกะจะต้องเปิดน้ำอุ่น ๆ นอนแช่ในอ่างจากุซซี่ซะหน่อย พร้อมกับเปิดเพลงคลาสสิคแนว ๆ Eric Clapton หรือ Enrique บีบขวดซันไลต์ราดลงไปในอ่างจากุซซี่ ใช้ฝ่าเท้ากวนและตีให้เป็นฟองฟ่อน  แล้วลงไปนอนแช่พร้อมกับแหกปากร้องไปตามเพลงโปรดของเราคงจะมีความสุขน่าดู"

            ถึงบ้านแล้ว  เอ๊ ! ข้างในบ้านเปิดไฟทิ้งไว้ แต่ประตูหน้าบ้านโดนล๊อคเอาไว้  สงสัยเจ้าเพื่อนตัวดีคงจะไปค้างกับแฟนมันแหงเลย  อิอิ  ดีแล้วบ้านจะได้เป็นของเราคนเดียวคืนนี้  …(นึกภาพตามนะคับ ตอนนี้กำลังฮัมเพลง "อย่าอยู่คนเดียวเลยคืนนี้” )   !!!!!!!! เชี่ยเอ้ย  !!!!!!!  ลืมกุญแจบ้านไว้ในบ้าน  "แต่ยัง..อย่าเพิ่งโวยวาย" โทรศัพท์เรียกให้เพื่อนซึ่งอยู่หอแฟนมันไม่ไกลจากนี้เท่าไหร่เอากุญแจมาให้ดีกว่า...  ตืด ตืด ตืด ตืด เวรล่ะ มันเสือกเอาโทรศัพท์ทิ้งไว้ในบ้านอีก  (ตอนนี้เริ่มหงุดหงิดเล็กน้อยแล้วคับ) ยังมีสติอยู่ (แม้สตางค์จะไม่ค่อยมีเท่าไหร่) "มีเบอร์แฟนมันนี่หว่า" โทรไปหาดีกว่า - - หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ The number you have dialled can not be connected”  เฮ้ยยยยยยยยยย ปิดโทรสับ! -- (ตอนนี้หน้าเริ่มถอดสีแล้ว จากสีดำ กลายเป็นสีดำมาก) แล้วกรูจะทำไงดีเนี่ย ติดต่อใครก็ไม่ได้เลย หอพักแฟนมันเราก็รู้จัก แต่ไม่รู้อยู่ห้องไหน  นี่ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว คนดูแลอพาร์ทเม้นท์อาจจะยังไม่นอน อาจจะไปขอร้องให้เขาช่วย search ให้ว่าห้องเพื่อนอยู่ห้องอะไร  นึกได้แล้วก็รีบเดินปนวิ่งไปหอพักดีกว่า ... ไปถึงแทบจะเข่าอ่อน..อะไรว่ะ อพาร์ทเม้นท์ปิดแล้ว   แล้วเราจะตามหาเพื่อนได้ยังไงเนี่ย อยู่ห้องไหนก็ไม่รู้   ก็ได้แต่ออกมายืนหน้าอพาร์ทเม้นท์ แล้วแหงนหน้าขึ้นไปสำรวจ เผื่อจะมีเพื่อนเราโผล่หัวออกมาชมวิวหน้าระเบียงจากห้องไหนสักห้องนึงของตึก 7 ชั้น  แต่ก็ไม่มีวี่แวว หรือจะตะโกน เรียกมันให้โผล่หัวออกมาทั้งอพาร์ทเม้นท์เลยจะดีใหมว่ะ   แต่อาจจะเสี่ยงกับการโดนปาหัวด้วยขวด หรือ something ที่แข็งพอจะเอาเลือดชั่ว ๆ ออกจากหัวของเราได้.... สรุปว่าคืนนี้กรูเข้าบ้านไม่ได้จริง ๆ ใช่ใหมเนี่ย แล้วความหวังที่จะได้นอนแช่ในอ่างจากุซซี่พร้อมฮัมเพลงให้สบายอารมณ์ก็ต้องพังไป  เดินกลับบ้านอย่างคอตกเลยกรู   

                 เที่ยงคืนห้านาที   หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่โทรหาเพื่อน ๆ เพื่อจะไปขอนอนด้วย...แรก ๆ ก็ไล่จากคนที่บ้านอยู่ในรัศมีของอนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อน แล้วก็ขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ จนถึง กทม.รอบนอก ตลอดจนปริมณฑลแต่ "เศร้าคับ  ไม่มีใครรับสายเราเลยสักคนเดียว"  ทำไงได้เวลานี้ชาวบ้านชาวช่องก็คงนอนกันหมดแล้วแหละ...เพื่อน ๆ ที่อยู่กับแฟน ก็คงต้องปิดไฟแต่หัวค่ำเพราะมันเป็นวันศุกร์และเพื่อสนองนโยบายประหยัดพลังงานของรัฐบาล.......(นึกด่าตัวเองอยู่ในใจ   ไม่น่าไปเที่ยวกลางคืนเลยกรู)   ..ฮือ ฮือ ฮือ   ท่านผู้ชมคับ Auditor หนุ่มหน้าตาดูดี มีสกุลรุนชาติคนนี้จะใช้ชีวิตยังไงต่อจากนาทีนี้ไปจนถึงรุ่งเช้า....."สู้โว้ย...คงจะยังมีหนทาง ฟ้าคงไม่กลั่นแกล้งคนหน้าตาดีจนเกินไป" หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไล่โทรใหม่อย่างกระหน่ำอีกครั้ง (ย้ำว่า กระหน่ำโทร) กระหน่ำโทรซะจนแบตเตอรี่หมด  แล้วไอ้มือถือสุดเลิฟของเราเวลาแบตมันหมดแล้วหมดเลยจริง ๆ ไม่มีก๊อกสอง  เวรเจง ๆ เบอร์ใครก็ไม่ได้เมมไว้เลย จะโทรหยอดเหรียญหาใครก็ไม่ได้แล้ว  "แล้วกรูจะไปนอนไหนว่ะเนี่ย"   เอาว่ะ อารมณ์ตอนนี้เหมือนหมาที่จนตรอก ทำไงก็ต้องทำแล้วเพื่อความอยู่รอด  งัดบ้านตัวเองเลยดีกว่า  แผน The Rob งัดบ้านสะท้าน จ้า..โลก ก็อุบัติขึ้น   ชั้นหนึ่งเนี่ย คงงัดไม่ได้เพราะล๊อคไว้ด้วยสายยู ถ้าจะเข้าไปให้ได้ก็ต้องใช้วิธีเลื่อยแม่กุญแจทิ้ง   แต่คงยากสสสสสสสสสสสสสส์   อีกวิธีนึงคือ  ปีขึ้นไปชั้นสองแล้วงัดบานเกร็ดกับมุ้งลวด เพื่อยื่นมือไปเปิดประตูห้องจากด้านใน  แต่ปัญหาของมันคือทำยังไงเราจะปีนไปชั้นสองได้อะดิ  วิชาตัวบงตัวเบาเราก็ไม่มี แม้จะมีประสบการณ์จากการปีนต้นมะม่วง, ต้นฝรั่งและต้นมะพร้าวมาบ้างตอนเด็ก ๆ สมัยที่ยังวิ่งเล่นอยู่บ้านนอก  แต่คง apply ไม่ได้กับบ้านเช่าสองชั้นของเรา......สำรวจอุปกรณ์รอบ ๆ บ้านก็น่าจะมีแต่ราวตากผ้าเท่านั้นที่เป็นความหวังหนึ่งเดียว ที่พอจะให้เราเหยียบขึ้นไปเกาะราวชั้นสองได้  เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน ปีนบ้านตัวเองตอนเที่ยงคืน งานนี้ถ้าพลาดตกลงมาจะยังไงก็ช่าง ต้องเซฟเจ้าก้านกล้วยของเราเอาไว้ก่อน  แล้วถ้าบ้านข้าง ๆ จะนึกว่าขโมยโทร.แจ้ง 191 ก็ให้มันรู้ไป  ดีซะอีกเผลอ ๆ อาจจะได้นอนคุกฟรี    ว่าแล้วก็ถอดรองเท้านับ 1 2 3 เหยียบ+++ แค่ทิ้งน้ำหนักลงไปด้วยขาขวาข้างเดียวเท่านั้น  ราวตากผ้าสแตนเลสที่มีอายุการใช้งานกว่า 3 ปี ก็หักงอลงไปอย่างฉับพลัน....ซวยแล้วกรู   ราวตากผ้าอุปกรณ์สำคัญก็มาพัง  มือถือก็ดันแบตหมด .....ความหวังที่จะเข้าบ้านให้ได้ตอนนี้ก็เหลือศูนย์แล้ว   การติดต่อกับโลกภายนอกตอนนี้ก็ไม่สามารถทำได้อีก....

             และแล้ว แผนการงัดบ้านก็ต้องล้มเลิกลง เที่ยงคืนครึ่งแล้ว คงต้องหาที่นอนอื่นไปก่อน ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้มันพ้นคืนนี้ไปให้ได้อ่ะ...  ตรงปากซอยอารีย์ของเรามีโรงแรมอยู่ 2 ที่ งานนี้มีงบให้ไม่เกิน 1,500 บาท ขอเลือกโรงแรมดี ๆ หน่อย ยอมควักเงินจ่ายเพื่อความอยู่รอดและการนอนหลับอย่างสนิทใจโดยไม่ต้องขวัญผวาตลอดคืน...  โรงแรมอย่างที่บอกว่ามีสองที่  ที่แรกเป็นสไตส์ Boutique Hotel อะตกแต่งใช้ได้เลย  โรงแรมขนาดนี้คงไม่ค่อยมีประวัติไม่ดีเท่าไหร่.... กับอีกโรงแรมนึง   เป็นโรงแรมกึ่งม่านรูดคับ....   ให้ทายก็คงถูกว่าผมต้องเลือกนอนโรงแรมแรกแน่  "ยอมจ่ายแพงถ้าได้นอนสบายกว่าและไม่เสี่ยงกับการโดนผีหลอก ยอมว่ะ"  จาตีหนึ่งแล้ว หนุ่มน้อยพเนจร หอบหิ้ว laptop คู่ชีพนั่งแท็กซี่ให้มาส่งปากซอยอารีย์ แล้วตรงไปที่โรงแรม Reflexion - - - เจอแล้วคับพนักงานต้อนรับ  

    ต้นกล้า  : “ไม่ทราบว่ามีห้องแบบไหน ราคาเท่าไหร่คับ

    พนักงาน : “สองพันสี่ร้อย ถึง สามพันหกร้อย คับ

    ต้นกล้า  : “อะไรน่ะ !!!!!!!!!!!! เท่าไหร่นะคับ

    พนักงาน : ห้องต่ำสุด 2,460 บาทคับ  นี่รูปห้องตัวอย่าง หรือจะเข้าไปดูใน website ก็ได้นะคับ

    ต้นกล้า : คับ มีนามบัตรใหมคับพี่ ขอบคุณคับ

             โรงแรมบ้าไรว่ะ แมร่ง แพงชิป ราคาขนาดนี้ กรูยอมไปนอนสะพานลอยดีกว่า  (ขอโทษที่ใช้คำไม่สุภาพคับ อารมณ์ตอนนั้นมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ)   นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะยอมจ่ายไปถึง 2 พันกว่าบาท..ก้อใช่เรื่อง......   ใช่คับ ไม่ต้องเดาหรอก เป้าหมายสุดท้ายของผมก็คือโรงแรมกึ่งม่านรูดแห่งนั้น...สภาพภายนอกเป็นตึกเก่า ๆ มีสี่ชั้น  ด้านหลังทำเป็นม่านรูดหลายสิบห้อง...

              เอาว่ะ....แม้จะยังไม่เคยเข้าไปใช้บริการม่านรูดมาก่อน   ลองดูก่อนสักครั้งก็ดี เผื่อวันหน้าต้องใช้จริง ๆ จะได้ไม่เก้อเขิน (อิอิ) สุดท้ายเราก็ได้ห้องพักที่หรูที่สุดในโรงแรม (ระดับ Superior เชียวนะ) ในราคา 590 บาท  โดยระหว่างเช็คอิน ก้อกำชับกับพนักงาน Front ว่า  เอาห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูที่สุด  และที่สำคัญไม่เคยมีประวัติฆ่ากันตายในห้องเด็ดขาด รวมถึงไม่มีประวัติกับห้องข้าง ๆ ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ด้วย   พนักงานก็ตกปากรับคำเราเป็นอย่างดีว่าห้องที่เปิดให้อะ "ใหม่ชัวร์ รับรองว่าเราต้องชอบแน่..." (มีรับประกันความพอใจด้วยคับ)  ขอดูห้องก่อน เค้าก็ไม่ให้ดูอ่ะ ให้ไปลุ้นเอง...หลังเช็คอินเสร็จ ก็ต้องจ่ายเงินค่าห้องเลย แล้วถึงจะได้กุญแจห้อง  ไอ้เราก็รอพนักงานจะช่วยถือของเดินไปเปิดห้องให้....เปล่าเลย  เขาบอกว่า รับกุญแจแล้วก็เดินไปหาห้องเอาเอง   อืม  ผมอ่ะ ได้พักชั้นสี่ ลิฟท์ก็ไม่มี (ถึงมีกรูก็ไม่ขึ้น คุณผู้ชมคับบรรยากาศการเช็คอินโรงแรมตอนตีหนึ่งเนี่ย มันช่างวังเวงเจง ๆๆ)  บรึ๋ยส์ ขึ้นห้องดีกว่า เดินไปคนเดียวก็ได้  อ่อ ลืมถามพนักงานเรื่องนึง

    ต้นกล้า : พี่ ๆๆ ราคา 590 นี่รวมอาหารเช้าป่าวคับ

    พนักงาน : ไม่มีอาหารเช้าค่ะ  (พนักงานขำกันใหญ่เลย คงนึกในใจ "รร.ม่านรูดนะ ไม่ใช่โซฟีเทล หรือบันยันทรี")

             คุณผู้ชมครับ... ระหว่างเดินจากชั้นหนึ่ง ไปชั้นสี่ ตลอดทางเดินมีไฟสลัว ๆๆ ขณะนี้ก็ตีหนึ่งแล้ว  เงียบมั่ก ๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แถว ๆ นั้นเลย (ถ้าคุณเคยดูหนังผีฝรั่ง ที่พระเอกรถเสียระหว่างทาง แล้วเข้าไปเช็คอินโรงแรมผีสิงอ่ะ อย่างนั้นเลย) เราก็รีบ ๆ เดินให้ถึงชั้นสี่ไว ๆ ถึงแล้วห้อง 418 บรรยากาศเงียบมาก ยืนตั้งสติอยู่พักนึง ก่อนจะไขกุญแจเข้าไปแบบมือสั่น ๆ ในห้องมืดมากกกกกกกกก    สวิตซ์ไฟอยู่ไหนก็ไม่รู้ ต้องเดินมืด ๆ เข้าไปจากประตูประมาณห้า หก ก้าว แล้วเปิดไฟทีละดวง ตั้งแต่ไฟห้องน้ำ  ไฟตรงหัวเตียง เปิดทีวี มานั่งสำรวจห้องดี ๆ ก็ใช้ได้นะ  สภาพดีกว่าที่คิดเยอะมากกกก ไม่มีกลิ่นฝุ่น หรือกลิ่นอับ ๆ เลย ผ้าเช็ดตัวก็ดูสะอาดดี ถึงแม้จะบางมากกกกก   Wow... ห้องน้ำ มีห้องกระจกสำหรับอาบน้ำด้วย  มีกระจกเงาเต็มห้องน้ำเลย อาบน้ำไปก็ได้เห็นหุ่นตัวเองแบบ 360 องศา และแบบ Panorama...(โอ้ ว้าว...หุ่นดีเหมือนกันนะเราเนี่ย)  จากประสบการณ์การเป็น Audit ที่ต้องไปจ๊อบต่างจังหวัดบ่อย ๆ ผมว่าที่นี่ดีกว่าโรงแรมแถวอยุธยาที่เคยไปนอนซะอีก (ปาทับใจ  รู้สึกคุ้มยังไงก็ไม่รู้) จากสภาพโรงแรมภายนอก ที่ดูเผิน ๆ แล้วดูไม่มีเกรดเลย แต่ตอนนี้ผม up ให้เป็น 1 ดาวเลย (จริง ๆ จะให้ 1.5 ดาว แต่อีก 0.5 เอาไว้รอดูพรุ่งนี้เช้าก่อน ถ้าคืนนี้นอนไม่โดนผีหลอกจะให้อีก 0.5 คับ)   ข้าวของติดตัวก็ไม่มีอะไรเลย นอกจาก laptop เครื่องนึง  และแล้วคืนนี้ผมก็ต้องนอนเปลือยเปล่า (ขณะที่นั่งพิมพ์อยู่นี่ก็กำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ได้โปรดอย่าจินตนาการภาพอันเซ็กส์ซี่ นั้นเด็ดขาดคับ)  ขณะนี้ก็ตีสองแล้ว  ง่วงเต็มที หลังจากสวดมนต์ก่อนนอน อธิษฐานหลังจากซวยมาหลายเรื่องแล้ว ก็อย่าให้แจ๊คพอต เจอเรื่องไม่ดีขณะนอนอยู่เลย  

           บทสรุปของคืนนี้ ผมก็ต้องนอนในห้องสุพรีเรียร์ ที่หรูที่สุดของโรงแรม Myhouse ซ.อารีย์ ชั้น 4 ห้อง 418 พร้อมกับเปิดไฟทุกดวงในห้องนอน และห้องน้ำ พร้อมเปิดทีวี ไว้ตลอดคืน ปิดม่านหน้าต่างทุกบาน ปิดประตูตู้เสื้อผ้า ปิดตู้เย็น  เอา laptop วางไว้เตียงข้าง ๆ (คิดเอง ว่าถ้าเอาของวางรก ๆ เตียงข้าง ๆ จาได้ไม่มีใครมานอนด้วย)  พร้อมกับเก็บกางเกงแสลค และเสื้อเชิตทำงานของเราให้ไกล หูไกลตา เพราะกลัวตื่นขึ้นมาเห็นเสื้อผ้า หรือกางเกงดำ ๆ จะตกใจได้.....  นอนดีกว่า... หลับฝันดีนะคับ  (อย่าให้เจออะไรนะ ถ้าเจอละก็ คุณพนักงานโรงแรมพรุ่งนี้เช้ากรูจะลงไปฆ่ามึง) ....

    21 May

    เธอคือส่วนที่ขาด...

    เสาร์ อาทิตย์ นี้ก็นั่ง ๆ นอน ๆ กิน ๆ แล้วก็หลับอยู่กับบ้าน ใช้ชีวิตเหมือนขาด ๆ อะไรไปก็ไม่รู้  และแล้วความรู้สึกแบบนั้นมันก็เข้ามากวนสมองอีก  ว่าจะไม่คิดแล้วเชียวนะ...
           เป็นมาสอง สาม อาทิตย์แล้ว ไอ้ความรู้สึกเหมือนกับรอใครสักคนอยู่ ... ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะคับ.. มันเป็นจริง ๆ  อยู่ ๆ ก็เหมือนรอที่จะพบใครบางคน โดยที่ไม่รู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นใคร  แอบเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อน ๆ ก็หาว่าบ้า  บางคนก็หาว่า อาจจะเป็นโรคจิตอ่อน ๆ เพราะเครียดจากงาน  เอ๊..เขาก็อาจจะพูดถูกนะ เราอาจจะเครียดกับงานเกินไปจนเป็นบ้าไปแล้วก็ได้... มีบางคนก็แนะนำให้ออกไปเที่ยวข้างนอกเยอะ ๆ เผื่อฯ เจอ .. (ทำยังกับ การหาใครสักคนนี่เหมือนเดินหาเอาข้างถนนก็ได้แนะ)
            ไม่เอาแล้ว ไม่คิดแล้ว ปวดหัว ไปกินข้าวดีฝ่า หิวแล้ว พรุ่งนี้ต้องเข้าออฟฟิศอีก ยังไม่ได้รีดชุดทำงานเลย..นึกถึงงานก็ขี้เกียจอีกแล้ว
    26 March

    คุณผู้หญิงทั้งหลาย..ถ้าไม่อยากให้ผู้ชายคนนึงหลงรักโดยไม่รู้ตัวอย่าทำอย่างนี้เลยนะคับ

    อย่าโทรหาหรือ message เวลาดึก ๆ เพราะเวลานี้มีไว้ให้คนพิเศษ และอย่าโทรมาหรือ message บ่อย ๆ ด้วย เพราะฉันอาจจะพาลคิดเข้าข้างตัวเองไปใหญ่

    อย่าเล่าเรื่องราวครั้งก่อนกับแฟนคนเก่า และอย่าพูดว่าตัวเองเหงา อยากมีใครสักคนให้ได้ยิน เพราะเดี๋ยวฉันอาจจะอยากเป็นคน ๆ นั้นขึ้นมาจริง ๆ

    อย่าบอกว่ากำลังสับสน เพราะมันจะทำให้ฉันอะคิดไปว่าเธอกำลังตัดสินใจเลือกฉันอยู่ 

    อย่ามาโทรหาทุกวัน แล้วก็บอกว่าไม่ได้คิดอะไร เป็นพี่เป็นน้องกัน เฮ้ออ ฉันอ่ะไม่มีน้องสาว และอย่าโทร.มาบ่อย ๆ ตอนเธอกำลังขับรถถ้าเธอแค่เพียงหาเพื่อนคุยระหว่างทาง เพราะมันจะทำให้ฉันอยากร่วมทางไปกับเธอ

    เวลาฉันไม่สบาย ก็ไม่ต้องมาเป็นห่วงเป็นใย หรือกำชับให้ดูแลตัวเองดี ๆ เพราะเดี๋ยวฉันจะอยากให้เธอมาดูแลฉันจริง ๆ

    ถ้าฉันเงยหน้าไปสบตาเธอแล้วเจอเธอมองฉันอยู่ อย่าหลบตาฉันทันที เพราะเธอรู้ไหม ว่าฉันจะคิดว่าเธอมีใจ

    อย่ามาพูดจาให้ความหวัง อย่ามาหยอดฉันด้วยคำพูดเพราะ ๆ คะขา จ๊ะจ๋า ทำให้ฉันหวั่นไหวแล้วเธอก็จากฉันไป ด้วยเหตุผลที่ว่า เราเป็นเพื่อนสนิทกัน

    อย่าโทรมาเวลาที่เธอมีปัญหาและบอกว่าสบายใจที่ได้คุยกะฉัน หรือบอกว่าเรามีอะไรคล้ายๆกัน เพราะนั่นอ่ะทำให้ฉันคิดมากกกกกกก 

     

    อย่าบอกฉันว่า "เพราะฉันเธอถึงอยากทำงานที่นี่ต่อ" ประโยคเดียวนี้แหละมันอาจทำให้ฉันคิดไปไกลแล้วว่าเธอก้อพร้อมจะใช้ชีวิตกับฉันแล้ว..และฉันเองก็คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วด้วย..

     

    อย่ามาพูดให้ฉันได้ยินว่า เธอไม่ชอบผู้ชายหล่อ และบรรยายผู้ชายในอุดมคติของเธอให้ฉันฟัง เพราะมันจะทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองไปว่า คุณลักษณะที่เธอพูดมานะ "เป็นฉันชัด ๆ"


    อย่า message มาบอก goodnight ตอนดึก ๆ บ่อย ๆ เพราะจะทำให้ฉันคิดว่าเธอเองก้อนอนไม่หลับเพราะคิดถึงฉันอยู่เหมือนกัน...
     
    และอย่ามาพูดว่าฉันเป็นผู้ชายที่แสนดี ใครได้ฉันไปต้องเป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉา แล้วสุดท้ายผู้ชายดีๆ อย่างฉันก็ไม่มีใครเอา...

     

    ** งานเขียนอันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนถึงใครคนใดคนนึงนะคับ ตอนแรกที่เขียน เพราะได้แรงบันดาลใจมาจาก web pantip อะ เห็นเขาฮิตเขียนกันแนวนี้  ส่วนของผม ก็เป็นประสบการณ์ที่ได้รับ จากบรรดากิ๊กเก่า กิ๊กใหม่ ที่เป็นแฟนคลับกันมาอย่างเหนียวแน่น ..อะคับ   ไม่มีใครผิดใครถูกหรอกสำหรับเรื่องแบบนี้ เป็นแค่มุมมองความคิดที่แตกต่างกันก็เท่านั้น **


    16 March

    I'm Alive

    Reuters : เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 เวลาประมาณ 8.15 น. เกิดอุบัติเหตุรถตู้รับส่ง auditor จากโรงแรมอยุธยาแกรนด์ เพื่อไปส่งยังบริษัท โซนี่ เทคโนโลยี เกิดอุบัติเหตุเพราะคนขับรถตู้ตีนผี เสยท้ายกับมอเตอร์ไซด์ตีนมัจจุราช หลังจากนั้นก็ปาดไปเสยท้ายกับรถเก๋งซึ่งจอดอยู่เลนขวาเพื่อรอ U-tern อย่างรุนแรงเพราะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงมั่ก ๆๆ
     
    โครม ๆๆๆ... หลังจากได้สติแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น สำรวจตัวเองดูก็ไม่มีเลือด แขนขาก็ไม่หัก และที่สำคัญแน่ใจแล้วว่ายังมีชีวิตอยู่แน่ ๆ ก็เริ่มมองหาน้อง ๆ คนอื่นว่าอยู่ไหนและเป็นไงกันบ้าง ได้ยินเสียงน้องบอลร้องโอย ๆ อยู่ข้าง ๆ และน้องเล้ง กับน้องแนน ก็ยังลุกขึ้นได้ หันไปดูน้องบอลอีกทีมีเลือดไหลอาบแก้ม เหมือนเลือดจะไหลมาจากบริเวณตา ก็ตกใจเหมือนกัน คนขับรถตู้ตะโกนมาบอกว่าให้รีบพาไปหาหมอ เราก็รีบพาน้องบอลออกจากรถเดินเห็นสภาพรถที่โดนชนกับมอเตอร์ไซด์ที่โดนเสยแล้ว อื๋อ ดูไม่จืดเลย ไม่รู้คนขับมอไซด์ไปอยู่ไหน (นึกในใจไม่ตายก็คงเจ็บหนัก) เอาน้องออกมาจากรถก็ไม่ได้ดูอะไรมากกลัวเห็นภาพอะไรที่ไม่น่าดู  แล้วก้อเข้าไปขอร้องรถกระบะที่จอดยูเทิร์น อยู่คันนึงให้ช่วยพาน้องไปส่งโรงพยาบาล เขาก้อมีน้ำใจมากเลย ยอมช่วยไปส่งด้วย จับน้องบอลนั่งหน้ากับคนขับส่วนเราก็กระโดดขึ้นกระบะหลัง อ๋อ ลืมไปว่ายังไม่ได้เอาน้องเล้งกับน้องแนนมาด้วย ก้อรีบกระโดดจากรถบอกคนขับว่าอย่าเพิ่งไปก่อนมีอีกสองคนแล้วก้อไปรับน้อง ๆ มานั่งกระบะหลังด้วยกัน ลงรถเสร็จก็เข้าไปไหว้ขอบคุณเจ้าของรถกระบะผู้ใจดี เราทั้งหมดหลังจากทำแผลเบื้องต้นที่รพ.ราชธานีแล้วก็ย้ายมาตรวจกันอีกครั้งที่ รพ.พญาไท 2
     
    แม้เหตุการณ์เลวร้ายได้จบไปแล้ว  แต่มันก้อยังทิ้งร่องรอยความบอบช้ำทางกายและจิตใจให้กับเราและน้อง ๆ ไปเลย ต่อไปนี้ถ้านั่งรถตู้ก็คงรัดเข็มขัดทุกครั้งแหละ หรือถ้าเลือกได้ก็คงจะไม่นั่งแถวแรกแล้ว  ..ได้ไปเยี่ยมน้องบอลที่โรงพยาบาล 2 ครั้งวันนี้เพิ่งได้รับข่าวร้ายว่ากระดูกคอของน้องร้าวด้วย  ภาวนาให้น้องหายเป็นปกติไว ๆ นะคับ   เราเองวันนี้ก้อรู้สึกปวดหัวมาสองวันก้อเลยกลับไปให้หมอตรวจเช็คสมองอีกที เพราะว่าวันนั้นไม่ได้ตรวจ โชคดีที่หมอบอกว่าไม่น่าจะเป็นเลือดคั่งในสมองอะไร เพราะอาการไม่เหมือนอาจจะแค่กล้ามเนื้อเกร็งผิดปกติ...
     
    ตั้งแต่เกิดเรื่องก้อมีโทรศัพท์เข้ามาสอบถามและให้กำลังใจทั้งวันเลย  หนึ่งอาทิตย์ที่ต้องใช้ชีวิตในบ้านคนเดียว ต้องช่วยตัวเองกับสภาพที่เดินกะเผลก ๆ คิดแล้วก็อยากมีคนพิเศษมาดูแลจัง และนี่จะเป็นแรงบันดาลใจอีกครั้งที่จะทำให้เราดั้นด้นหาแฟนเป็นจริงเป็นจังอย่างไม่ย่อท้ออีกแล้ว  สัญญาว่าจะไม่เลือกมากแล้วใครก้อได้นาทีนี้ Eiei     วันนี้นอนฟังวิทยุ เขาเปิดเพลงนี้ด้วยเลยเอามาฝาก "เหงาไม่เข้าใจ"
     
    ชื่อเพลง/Title : เหงาไม่เข้าใจ
    อัลบัม/Album : หนุ่มบาว - สาวปาน
    ศิลปิน/Artist : แอ็ด คาราบาว - ปาน ธนพร

    เนื้อร้อง

    รถไม่มีคนขี่ น้ำไม่มีปลาเกยเหล้าไม่มีที่เปิด คิด คิดดูเอาเถิด มันเสียชาติเกิดแท้ แท้ แขนไม่มีคนเกี่ยว นึกว่าเดี๋ยวได้แน่

    เผลอแปบเดียวก็แก่...อยากมีคนดูแล หรือว่าสาย..เกินไป...

    *ไม่ได้หยิ่งจริงจริง มันยังไม่เจอะกับเค้าไม่มีใครเอา มันเลยต้องเหงา..เข้าใจ   หน้าต่าง ประตู มาดู ยังเปิดเอาไว้ ให้คนที่อยากเข้ามา

    **กลางวันทำงาน กลางคืนนั่งทำใจ เวลาเจอใครมีแฟนก็อิจฉา คนดีคนใดก็ไม่เห็นมีมา...ทำไมหายากเย็น...เห็นใจ...

    ตะโกนดังๆ ไม่อยากนั่งบนคาน มันมีอาการอยากเกี่ยวก้อยกับใคร

    บางทีคนเราก็แอบเหงา...ไม่เข้าใจ.. กำลังอยากมีใครไว้ให้กอด...

    ของก็ขึ้นราคา หาไม่พอค่าจ่ายหาสองคนพอได้ ช่วย ช่วยแชร์กันไปได้ช่วยกันจ่ายช่วยรับนะ เที่ยวทุกคืนรึเปล่า..เขาว่าเมาให้หลับ

    หาซักคนช่วยขับ เผื่อคออ่อนคอพับจะได้ถึงบ้านปลอดภัย จ้า

    (*,**)

    อยู่คนเดียวมันเหงา เข้าใจ ดีกว่าคนใจร้ายเข้ามามาทำให้เจ็บ ให้มีน้ำตา ให้ผิดหวังฟรีๆ

    เพราะเราเกิดมากับใจที่เหนื่อยล้าเพื่อตามหาที่พักพิงใจที่ใครสักคนเมื่อค่ำคืนที่มันเหงาได้ผ่านพ้นเราจะพบกับรุ่งเช้าอันอำไพ

    (**)

     
    27 February

    กลับสู่จุดเริ่มต้น...

    ฝากคำขอโทษ  ไว้ในบล๊อคนี้แล้วกัน  ขอโทษถ้าทำอะไรที่งี่เง่าออกมา  สบายใจได้พี่ยังเหมือนเดิม และเป็นคนเดิมเหมือนวันแรกที่เรารู้จักกัน...
     
    Take care....
    09 February

    จาก Thai mobile สู่ Thai Honda : เมื่อ PwC ปะทะ E & Y

     
           เฮ้อ..เสร็จจากจ๊อบที่แล้ว..ไทยโมบาย (โครงข่ายมือถือ เพื่อประชาชนคนไทย) เหนื่อยจนกลับบ้านมาหมดสภาพทุกวัน จนไม่มีเวลาเข้ามาอัพบล๊อคเลย แต่ด้วยความกลัวแฟนคลับจะหายไปหมดถ้าปล่อยให้บล๊อคร้างเป็นเวลานาน ยิ่งช่วงหลัง ๆ rating กำลังดี ดูจาก Statistic ที่จับได้ตอนนี้ก้อมีคนเรียก myspace ของเราประมาณ 600 กว่าครั้งแล้ว ไม่รู้จะมี manager จ๊อบไหนเข้ามาอ่านเราบ่นบ้างหรือเปล่า ถ้ามีก็ช่วยใส่ comment ให้รู้กันบ้างนะคับ...   แม้ไทยโมบายงานจะหนัก และเหนื่อย ขนาดบางวันที่เหนื่อย ๆ และเครียดมาก ๆ หายใจไม่ออกเลยอะ  แต่น้อง ๆ ในจ๊อบบอกว่าที่หายใจไม่ออกนะคงเป็นเพราะเนคไทค์ของเรานั่นแหละ ที่ผูกจนรัดลูกกระเดือกซะขนาดนั้น  ต้องขอบคุณน้อง ๆ ในจ๊อบด้วยคับที่แม้งานจะเครียด แต่ก้อทำให้งานและความสุขตามอรรถภาพในจ๊อบของเรามีสีสันขึ้น ดังคำประกาศเกียรติคุณต่อไปนี้..
    - ขอบคุณน้องกิ๊ฟท์ ที่ทำงานเสร็จอย่างรวดเร็ว และช่วยพี่วีนพวกลูกจ้างชั่วคราวที่เริ่มหือกับออดิทอย่างเรา
    - ขอบคุณน้องปุ๋ย ที่แม้งานจะหนักขนาดไหนแต่ก้อทำให้พี่หายเครียดได้จากการแอบดูน้องปุ๋ย กินลูกหยีกวน ซูกัส คุ้กกี้ และอีกสาระพัดขนมที่ถูกทำลายล้างด้วยน้องปุ๋ย... 
    - ขอบคุณน้องออมอีกคนที่เข้ามาช่วย 1 วันก่อนจะถูกพี่หลีดึงตัวไป บิสนิวส์.. (เพราะพี่หลีคงเล็งเห็นแล้วว่า ให้มันอยู่ด้วยกัน จ๊อบแตกแน่ ๆ ใช่ใหมคับเจ๊)
    - ขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่ต้องทนฟังพี่เปิดเพลง "ปล่อยวาง" ทุกวัน ๆ ละนับไม่ถ้วน มันอาจจะทำให้น้อง ๆ ฟังแล้วเครียดเข้าไปอีก แทนที่จะผ่อนคลาย พี่เพิ่งสำนึกได้ ขอโทษ...คับ
     
    เสร็จจ๊อบแล้ว กะว่าจะได้ไปฉลองคาราโอเกะกัน แต่ก้อไม่ได้ไป ..เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะคับ ..จะได้ชวนพี่หลีไปด้วย..
     
         เสร็จจากไทยโมบาย...ต่อเลยทันทีด้วย ไทยฮอนด้า ช่วงนี้กำลังเข้า Pre-final ก้อมีผู้ร่วมชะตา 3 คน มีเรา พี่พิ้งค์กี้  น้องปุ๋ย.. ซึ่งได้พี่พิ้งค์ กับน้องปุ๋ยมาช่วยก่อน 3 วันก่อนที่ทีมเต็ม ๆ จะเข้าอีกทีอาทิตย์หน้า  มาถึงจ๊อบวันแรก ก้อทักทายลูกค้าตามประสา อ่อ.. ไม่ลืมที่จะทวงของขวัญปีใหม่จากลูกค้า เพราะก่อนหน้านี้จะได้ของติดไม้ติดมือมาทุกจ๊อบ  อยากได้ตุ๊กตา อาซึโมะ (Asumo) ของฮอนด้าอะ แต่ลูกค้าบอกว่า อาซึโม๊ะ ไม่มี มีแต่โม๊ะ อ่ะ จาเอาไม้...อืม  รีบหนีเลยเรา ลูกค้าน่ากัวมาก..ก่อนลูกค้าจะพาไปห้องออดิทก้อบอกว่าช่วงนี้มี audit จาก EY เข้ามาด้วย เพราะลูกค้าจ้างมาเขียน Flow chart สำหรับจะตรวจ SOX แล้วจัดให้นั่งห้องเดียวกับเรามีแต่ partition กั้นกลางห้อง PwC นั่งซ้ายมือคับ E&Y นั่งด้านขวา  แว่บแรกที่เจอ โอ้โห ทำไมพวกเขาเยอะอย่างงั้น นับคร่าว ๆ ประมาณ 7-8 คนได้ แต่เรามาแค่สามคนเองกลายเป็นชนกลุ่มน้อยไปเลย แต่ไม่เป็นไรเพราะเราถือเป็นคนเก่า คนแก่ของที่นี่อยู่แล้ว ....
     
         สำหรับการทำงานที่ต้องอยู่ในสายตาของเพื่อน ออดิท ร่วมวิชาชีพ อย่างนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาภาพ Professional เอาไว้มาก ๆ ฉะงั้น ออดิเตอร์จาก PwC อย่างคุณอุดมศักดิ์ คุณวรรณพร และคุณวีรดา ก้อต้องเก็ก Pro กันมาก ๆ แต่เก็กอยู่ได้วันเดียว ก้อต้องโปรหลุดเพราะคุณอุดมศักดิ์ ด้วยความเคยชิน กินข้าวเที่ยงเสร็จขึ้นมาในห้องก้อต้องปิดไฟนอนตอนเที่ยงก่อน อย่างน้อยวันละ 20 นาที ด้วยความง่วงที่เหนือกว่าความโปรฯ ปิดไฟนอนกลางวันเลยดีกว่า เปิดเพลงกล่อมด้วย  เพื่อนออดิทร่วมวิชาชีพเห็นเข้าอาจจะตกใจได้ ยิ่งกว่านั้นออดิททีมนำโดยคุณอุดมศักดิ์ ก้อมาทำงานสายกว่า และกลับบ้านตรงเวลา (ห้าโมงตรง) เพื่อนร่วมวิชาชีพเราคงตกใจว่าทำไม Firm นี้เขาทำงานกันสบายอย่างนี้.. ถึงแม้ความโปร เราอาจคะแนนตกไปนิดเพราะพฤติกรรมส่วนตัวของคุณอุดมศักดิ์  แล้วทีมโน้นทุกคนก้อดูเรียบร้อยกันทั้งงั้นเลย  แต่เรื่องหน้าตาของออดิท ของเราก้อพอสู้เขาได้นะคับ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงของเราซึ่งมีน้องปุ๋ย พี่พิ้งค์กี้ และฝ่ายชายมีคุณอุดมศักดิ์ เป็นผู้เข้าประกวด แม้งานนี้จะไม่มีกรรมการตัดสินให้คะแนน  ด้วย Judgement ส่วนตัวที่แม้พยายามตัดความคิดเข้าข้างตัวเองไปแล้ว ขอฟันธงว่า "ของเรากินขาดคับ"
    29 January

    Tonkla has gone with the wind

            ขอบคุณสำหรับ SMS มาอวยพรตรุษจีนของน้องคนนึงพร้อมกับการปลุกให้เราตื่น   ตื่นนอนก้อสายมากแล้ว เพราะเมื่อคืนกว่าจะนอนหลับก้อคงราว ๆ ตีสอง ตีสาม ตั้งใจว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองให้ดูสดชื่นเป็นปกติเมื่อตื่นขึ้นมา แต่ทำไม่ได้หรอก..เมื่อคืนก้อคิดเรื่องนั้นทั้งคืน  ทั้ง ๆ ที่สัญญากับตัวเองแล้วว่าเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับวันตรุษจีน จะต้องทำตัวเองให้ลืมทุกอย่างไปให้ได้..  เปิดทีวีขึ้นมาดู Lover in paris เอาอีกแล้วเจอกับความรักที่ไม่สมหวัง  หยิบมือถือขึ้นมาเช็ค sms ก้อเจออีกแล้ว 50 กว่าข้อความของเธอที่อยู่ใน Inbox นั่งไล่อ่านข้อความเก่า ๆ ก้อเป็นบ้าขึ้นมาอีก แต่ทำไงดีละ ขืนอยู่บ้านเฉย ๆ ก้อคงเซ็งตาย...ทำงานดีใหมเนี่ย แต่ไม่เอาอะ เขาบอกว่าวันตรุษจีนอย่าทำงาน ถึงเราจะไม่ใช่เชื้อสายจีนแท้ก้อเหอะ เขาบอกมาก้อต้องเชื่อไว้บ้าง เพราะเราเองก้อไม่อยากทำงานหนักไปตลอดปี...ออกไปนอกบ้านดีกว่า ไปเดินเซ็นทรัลลาดพร้าวคนเดียว จ่ายบัตรเครดิต ค่าโทรศัพท์ ซื้อเสื้อทำงานใหม่ กางเกงในใหม่ ซื้อ headset ที่ทำของเขาพังด้วย จะได้คืนให้เขาซะที ...แต่คิดแล้ว ไม่ไปดีกว่า วันนี้คนคงออกไปเที่ยวกันเยอะกว่าปกติ แล้วต้องให้เรามาเดินคนเดียว ท่ามกลางฝูงชนที่มีความสุขกับวันตรุษจีนเนี่ยะนะ ถึงแม้จะชินแล้วกับการใช้ชีวิตคนเดียวแต่ก้อไม่อยากเดินคนเดียวในอารมณ์แบบนี้อะ  ยิ่งถ้าโชคดี แจ๊คพอตรับตรุษจีน เจอเขามาเที่ยวด้วยกันอีก  ตายเลยเรา กลับบ้านมานั่งเครียดทั้งปีแน่..   ว่าแล้วก้อเปลี่ยนแผนไปเดินร้านหนังสือหน้าปากซอยดีกว่า  มีหนังสืออีกตั้งหลายเล่มที่อยากอ่านแต่ไม่ได้อ่าน..อาบน้ำเสร็จ กำลังจะแต่งตัว..เพื่อให้เข้ากับเทศกาล หยิบเสื้อสีแดง ๆ มาใส่บ้างดีกว่า ชีวิตจะได้ดูสดใสขึ้นมาบ้าง....
           ร้านข้าว ซอยอารีย์ก้อปิดหลายร้าน โชคดีที่ยังมีร้านข้าวมันไก่เปิดอยู่ร้านนึง ไม่งั้นไม่มีข้าวกินแน่เรา...ร้านหนังสือเจ้าประจำของเราก้อไม่ปิดไปกับเขาด้วย ดีใจจัง..... หนังสือสมัยนี้ก้อไม่มีอะไรจะเขียนกันแล้วหรือไงว่ะ มีแต่เรื่องอกหัก แอบรัก ผิดหวัง รักเขาข้างเดียว  โอ้ย..กรูจะบ้าตาย ไม่จรรโลงจิตใจเลย...เลือกเดินผิดที่แล้วใหมเนี่ย จาตอกย้ำกันไปถึงไหน...เปลี่ยนมุมดีกว่า ไปเดินแถวหนังสือธรรมะดีกว่าจิตใจจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน...  เจอแล้ว หนังสือของท่านพุทธทาสภิกขุ  "ตัวกู ของกู" แค่เปิดดูคติธรรมผ่าน ๆ ก้อรุ้สึกดีขึ้นเหมือนกัน... คงไม่มีใครรู้หรอก ว่าท่านพุทธทาสนี่แหละที่ทำให้เราอยากไปบวชที่สวนโมกข์ฯ หนังสือของท่านเราก้ออ่านมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว  เฮ้อ...อ่านแล้วก้อเข้าใจกับคำว่า "ปล่อยวาง"  ย้ำกับตัวเองอีกรอบว่า อย่านะ อย่ามาทำตัวฟูมฟาย ดูแล้วน่ารำคาญให้เขาเห็นนะ...  
     
    ปล่อยวาง

    ศิลปิน : Playground

    อยากทำอะไรก็เชิญ ก็เชิญได้เลยตามสบาย
    ไม่คิดไม่ฝันว่าจะต้องยอมอะไรมากมาย
    เท่ากับวันนี้ที่เธอต้องการมีอีกคน

    ธอจะมีใคร ก็ช่างเธอ ฉันคงไม่เกี่ยวกับเธอแล้ว
    ทุกวันที่ดีดีที่เรานั้นเคยมีก็คงจะจบลงแค่ในวันนี้

    จบแล้ว... รักที่ให้เธอ เหนื่อยล้ามามากพอ
    จนยอมต้องปล่อยไป
    ถึงเธอดีเพียงใด ฉันคงไม่เข้าไปสนใจ
    แม้อยากจะกอดเธอขนาดไหน
    แต่ในวันนี้
    ฉันคงต้องยอมปล่อยมือที่รั้งเธอออกมาเพื่อกอดตัวเอง
    เมื่อเธอไม่สนใจ ฉันคงต้องรักตัวฉันเอง
    และปล่อยให้เธอไปไกลจากตรงนี้ อย่างไม่มีวันกลับมา

    ปล่อยวางทุกสิ่งจากเธอ เพื่อทำหัวใจให้มันลืม
    ลืมวันเวลาที่มันไม่เข้าทีข่มใจให้ลืม
    ไม่อยากจะจำวันเวลานั้นอีกแล้ว

     

    เพลงนี้ ฝากให้กับผู้อ่านทุก ๆ คนครับ บางครั้งเราก้อต้องรู้จัก "ปล่อยวาง" ในบางเรื่องบ้าง  บางครั้งเราอาจลืมไปว่า เราไปรักคนอื่นมากเกินไป พอรักนั้นไม่ได้ดั่งใจ ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่มีความหมาย จนทำให้เราลืมตัวเอง ทำร้ายตนเอง แต่ถ้าเรายังรู้สึกรักตัวเอง ถึงแม้จะไม่สมหวัง แต่เราก็ยังอยู่ได้ ด้วยตัวเองนี่นา


    21 January

    AD venture ทำกันได้ลงนะ...

          เสร็จจากจ๊อบที่แล้ว Agere ก้อมาต่อด้วย ADventure (อ่านว่า เอดี เวร เจอร์ หรือ เรียกสั้น ๆ เอดีเวร) นึกว่าจะใช้ความได้เปรียบจากความชำนาญที่ทำจ๊อบนี้มาแล้วเกือบสามปี คงจะทำงานเสร็จไว ไม่หนักเท่าไหร่ ที่ไหนได้ จากเดิมที่ book ไว้ 3 คน กลับเหลือ 2 คน กับภาระอีก 4 บริษัท   ภายใน 1 อาทิตย์ต้องตรวจให้เสร็จแล้วส่ง adjustment โอ้ย ... กรูจาบ้าตาย กลับตีสอง  ตีสาม ทุกคืนเลย ..สภาพเราตอนนี้ไม่อยากให้ใครเห็นเลย ไม่ต่างอะไรผีดิบที่อดหลับอดนอน แต่ก้อมีเค้าความหล่อเหลืออยู่บ้าง ก้อโอเค อะ...จาคุ้มใหมเนี่ย โอที ที่ได้กับสุขภาพจิต และสุขภาพกายที่เสื่อมไป...เอาว่ะ  อย่าให้อย่างอื่นเสื่อมก้อแล้วกันเป็นใช้ได้.. วันนี้วันศุกร์อ่ะ ส่ง adjustment ให้ลูกค้าเสร็จก้อไปเที่ยวคาราโอเกะ กับจ๊อบ ฮัทช์ ..ก้อหนุกดี เหมือนได้ปลดปล่อย ความเครียดที่สะสมมานาน ต่อมไร้ท่อของเราหลั่งสารเอนโดฟินออกมาเยอะมากเลย.ช่วงนั้น..อาจจะพอทำให้หน้าตาดูสดใสขึ้นมาบ้าง..    
     
    มีใคร..ก้อไม่รู้คืนนี้ ร้องเกะ เพลงนี้ด้วยแหละ  "ปล่อยวาง"  เมื่อก่อนก้อฟังแค่ผ่าน ๆ แต่วันนี้รู้สึกโดนจัง เพื่อนเราก้อเคยบอกหลายครั้งแล้ว กับคำว่า "ปล่อยวาง" วันนี้ก้อเข้าใจแล้ว
     
     
     
    11 January

    Tonkla @Agere.com

    เฮ้อ..เบื่อเจง ๆ ออกจ๊อบคนเดียวเนี่ย  อยู่คนเดียวมันเหงาอะ กินข้าวก้อต้องกินคนเดียว..วันนี้ตื่นสายมากเลย..เรียกแท็กซี่ จากกรุงเทพฯ มานวนคร คนขับบอกว่าส่งเราเสร็จ เด๋วไปเที่ยวอยุธยาไหว้พระต่อ..ก้อดีนะ อิจฉาแท็กซี่จัง.. นึกแล้วก้ออยากเป็นอิสระ เหมือนคนขับแท็กซี่บ้าง จะไปไหนก้อไป อยากขับก้อขับ ไม่อยากขับก้อนอน ทำอะไรได้อย่างใจตัวเอง..
     
    นึกถึงเมื่อวานแล้วเหนื่อยไม่หายเลย... อะไรก้อมารีบลงเอาเมื่อวาน ไหนจะ adjustment ไหนจะ MOE ไหนจะ Deferred tax ที่ยังตรวจไม่เสร็จ ไหนจะต้องแข่งทำทุกอย่างให้เสร็จเพื่อคุยกับลูกค้าให้ทันนัด..โอ้ย... ปวดฉี่ยังไม่ได้ไปฉี่เลย ... ปีใหม่ มาก้อเล่นกันแรงอย่างเงี๊ยะ เลยนะ....
     
     
    04 January

    ปีใหม่...ซื้อมือถือใหม่แล้วโว้ย......

     
    สวัสดีปีใหม่ ...แม้จะไม่มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต อย่างน้อยก้อมีมือถือใหม่ 1 เครื่อง..ดีใจจัง มีมือถือเป็นของตัวเองแล้วโว้ย..รุ่นใหม่ เพิ่งออกตลาด 6270 ยิ่งใช้ก้อยิ่งคุ้ม So proud ....
     
    เข้าออฟฟิศ มาวันแรก ด้วยความเห่อ ก้อไล่ให้ชาวบ้านได้ชื่นชมและสัมผัสกันทั่ว มีหลายกระแส วิพากษ์วิจารณ์ ทั้ง ติ และชม ส่วนมากจะชมมากกว่า ที่ติก้อมี แต่น้อยมาก (คงติ เพราะความหมั่นไส้ เจ้าของเครื่องมากกว่า คิดเอง)
     
    กลับภูเก็ตเที่ยวนี้ ก้อหนุกดี ได้เจอเพื่อนเก่า ไปกินส้มตำริมชายหาดไนยางด้วย เป็นร้านแบบนั่งปูเสื่อ ร้านนี้ยังมีร่องรอยสึนามิเลบ โต๊ะญี่ปุ่นที่นั่งกิน ก้อรู้ได้เลยว่าต้องรอดตายมาจากสึนามิแน่ เพราะโต๊มีสภาพผุ ๆ แบบของเปียกน้ำแล้วมาแห้งอะ ขาโต๊ะก้อเป็นสนิม...นั่งกันจนได้ชมพระอาทิตย์ยามเย็นเลย...ขากลับบ้านต้องนั่งรถผ่านสนามบินภูเก็ต ซึ่งรันเวย์ขนานกับถนนรถยนต์วิ่ง  ทำให้นึกถึงตอนวัยรุ่นจัง สมัยที่ยังละอ่อน อยู่ เมื่อก่อนถ้าขับมอไซด์ ผ่านถนนเส้นนี้แล้วเครื่องบินกำลังจะ Take off เราจะต้องบิดแข่งกับเครื่องบินเพื่อให้รู้ว่าฝีมือใครเหนือกว่า ....
     
    อยู่บ้านสองวัน กิน ๆ นอน ๆ แป้บเดียวก้อต้องกลับมา กทม. แล้ว.. วันศุกร์นี้ Friday in love ในฐานะ Chear' Committee งานเบียร์ปาร์ตี้ ของเราคงต้องล่มแล้ว เพราะแกนนำหลัก ๆ ไม่ว่าง แต่ไม่เป็นไรโอกาสหน้ายังมี ช่วงนี้กลับไปซ้อมกินที่บ้านก่อน ฝึกเอาไว้ถึงวันจริงจะได้ไม่เก้อเขิน..
     
    นึกถึงพรุ่งนี้ อึ๋ย อะเกียร์ ควอเตอร์นี้ต้องฉายเดี่ยวซะด้วย เฮ้อ นึกแล้วก้อเหนื่อยใจเบื่อเจง ๆ จ๊อบอินเตอร์เนชันแนล อย่างเนี๊ยะ ขอได้ใหม จ๊อบ โลโค่ล สบาย ง่าย ๆ ระบบดี ๆ account ใจดี เก่ง พูดรู้เรื่องอะ..... วันนี้มีคนมาถามด้วยว่า "เขาแบ่งจ๊อบแกรมมี่ ให้บ้างหรือเปล่า"  อยากจะหัวเราะจัง ทำงานมาสองปีกว่า ก้อรู้สัจจธรรมแล้วแหละ ว่าจ๊อบอะไรที่อยากทำ จะไม่ได้ จ๊อบไหนไม่อยากทำ จะได้... แต่ถ้าปีหน้าไม่มีอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต เช่น จ๊อบ Challenge ๆๆ ถ้าให้อยู่อย่างนี้อีกก้อคงออกดีกว่า... เบื่อแล้วคับ กับการต้องเป็น "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ออดิท"
     
    Anyway ยังไงชีวิตเราก้อ เลือกทำอย่างใจไม่ค่อยได้ ทำอะไรอยู่ก้อต้องทำให้ดีที่สุด 2548 จะตั้งใจทำงานให้มากขึ้นอีก หลังจากปีที่แล้ว แอบขี้เกียจ ก้อหลายครั้ง เล่นก้อเยอะ มีที่โดนจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สัญญาว่าจะปรับปรุงตัวแล้ว...
     
    Happy New Year 2006 :
    Life shit, Bad Luck, Suck Love have gone with the wind
     
     
     
     
     
          
             
    25 December

    หนึ่งวันของผู้ชายขี้เหงา

            ตื่นสายนิด ๆ สำหรับวันนี้แต่ก้อ ไม่สายมากกำลังดี แปดโมงครึ่งเอง เมื่อเช้ามีคนบ้าที่ไหนไม่รู้ miscall มาสงสัยโทร.ผิด ทำให้ตื่นเลยเรา ว่าแล้วก็ลงมานอนดูทีวีต่อข้างล่าง อากาศหนาวจังเช้านี้ ขนหน้าแข้งลุกไปหมดแล้ว (หยึ๋ย หนาวๆๆ) ว่าแล้วก้อตัดสินใจว่าจะเอาไงดีกับชีวิตวันนี้ มีสองทางเลือก ระหว่างไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ กับไปเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ (ขาดเรียนมาเป็นเดือนแล้ว ไม่รู้ไปวันนี้เขาจะให้เข้าเรียนอยู่หรือเปล่า) สุดท้ายตัดสินใจไม่ได้ ก้อเลยเลือกทั้งสองทาง คือไปเรียนด้วย แล้วไปทำงานต่ออีก (มันเป็นสันดานของเราแล้ว ที่สองใจ ชอบทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ชอบจับปลาสองมือ เหยียบเรือสองแคม แล้วก็สอง..ฮัก ด้วย) วันนี้เอาเสื้อหนาวตัวเก่ง ซึ่งไม่ค่อยใส่ออกงานไปใส่เรียนด้วย อากาศในห้องเรียนต้องหนาวมั่ก ๆ แน่ ว่าแล้วก็หยิบเสื้อหนาวขึ้นมารีดซะหน่อย ต้องใส่ให้คุ้มหน่อย ซื้อมาก็แพงตัวนึงตั้งหลายพัน ใส่ไม่กี่งานเอง เฮ้อ เรานะเรา ซื้อไปได้...นึกแล้วก้อเสียดายตังค์ อุตส่าห์ทำงานเหนื่อย ๆ สัญญาว่าต่อไปจะไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยแล้วคับ...พูดถึงความงกของเรานี่ก้อ ไม่เข้าท่าเลย บางทีก็ไปงกกับเรื่องไร้สาระ เรื่องที่จำเป็นต้องงก กลับไม่ทำ..
            เรียนเสร็จแล้วก้อ เดินมาขึ้นรถไฟฟ้าต่อมา สถานีช่องนนทรี เลยแวะซื้อ แมคโดนัลด์ เอา ซามูไรเบอร์เกอร์หมู 1 ชิ้น เอาติดไว้เผื่อหิว แล้วก้อเลยมาสั่ง Starbuck เอา Ice glande Late' 1 แก้ว ราคา 100 บาท เว่อร์ซะให้คุ้มกับที่ทำงานมาเหนื่อย  ออฟฟิศ วันนี้จะมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" สักเท่าไหร่นะ อย่างน้อยก็คงมี รปภ. กับ แม่บ้าน ถ้าโชคดีก็อาจได้เจอป้าแห้ว คอยตะโกนโหวกเหวก ในออฟฟิศ ทำให้ไม่รู้สึกเหงา เหมือนนั่งอยู่คนเดียว  ว่าแล้วเหมือนมีลางสังหรณ์ ป้าแห้ว เจง ๆ ด้วยดีใจจัง ไม่เหงาแล้ว ไชโย ๆๆๆ แต่เอ๊ ยังไม่หมด มีสิ่งมีชีวิตที่คล้าย ๆ คนเรียกว่า "ออดิท" อีก 2 ยิ่งทำให้หัวใจเราสั่นด้วยความตื่นเต้นขึ้นไปอีก  กูมีเพื่อนแล้วโว้ย กูมีเพื่อนแล้วโว้ย กูมีเพื่อนแล้วโว้ย เสียงหัวใจข้างในเรามันตะโกนออกมา แต่เอ๊ จะมีใครได้ยินบ้างใหมเนี่ย คงไม่มีหรอก.. ใช่ มีออดิท 2 ตน คือ พี่นิด กับพี่หลี ....
            สบายใจมีเพื่อนแล้ว นั่งทำงานดีกว่าวันนี้ target ไว้แค่ เคลียร์ issue ของ M&T ให้เสร็จสำหรับ ฮอนด้า ล๊อค และแล้วเราก็ทำได้ตามเป้า คนอะไรเก่ง จริง ๆ ถ้าตั้งใจทำแป้บเดียวก็เสร็จแล้ว
            อ้าว งานก็เสร็จไวแล้วจะไปต่อไหนดีอีก จะกลับบ้านเลยก้อขี้เกียจ นั่งเล่นเน็ตไปเรื่อย ๆ ดีกว่ารอค่ำอีกหน่อย ค่อยกลับบ้าน อีกไม่กี่วันเราก็จะได้ไป เชียงใหม่ อีกรอบแล้ว และก้อ กลับภูเก็ตเลย แค่เวลาวันสองวันเราก็บินลัดฟ้า ไปเหนือ ลงใต้ น่าสนุกดีจริง ๆ พรุ่งนี้ก้อจะครบรอบ 1 ปีสึนามิแล้วสิ คิดถึงเพื่อนเราที่โดนไอ้คลื่นบ้ามาพรากไปจัง นึกถึงทีไรก้อน่าเสียดายที่ประเทศไทยยังล้าหลังอยู่ ไม่งั้นเพื่อนเราและทุก ๆ คนก็คงไม่จากไป 1-2 ชม.ที่คลื่นจะมาไทย ถ้าเรามีระบบเตือนภัยป่านนี้ ก้อคงไม่เกิดเรื่องเศร้าอย่างนี้ ยังจำปีใหม่ปีที่แล้วได้เลย กลับบ้านไปภูเก็ตก้อต้องไปงานศพเพื่อน แต่ช่างเหอะ ป่านนี้เพื่อนเราคงไปดีแล้ว เพราะเขาเป็นคนดี...
            งั้นวันนี้ วันคริสต์มาส ขอไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิแล้ว กัน ....
           

    Take tonkla to your heart...

              ขณะนี้เวลา 00.21 น. ดึกแล้วแต่ยังไม่รู้สึกง่วงเท่าไหร่ เพิ่งกลับมาจากเดินเล่น ถ่ายรูปแสงสี แถวเวิร์ลเทรด สยามมา ก้อสนุกดี .. ขี้เกียจเคลียร์งานจัง มีงานค้างไว้ตั้งหลายจ๊อบที่ยัง doc ไม่เรียบร้อย เมื่อกี้แอบแว่บ ไปอ่านกระทู้ใน ห้องสวนลุมฯ พันทิพย์มา มีกระทู้นึง สะดุดตาขึ้นมาเลย "นอนกับฉันมากี่ครั้งก็คิดเงินมาแล้วกันฉันจะจ่ายให้" เปรี้ยวเจง ๆๆ ผู้ชายคนนี้ อ่านแล้วก็รู้สึกภูมิใจถึงแม้เราจะไม่ใช่ผู้ชายดิบดีอะไร แต่ก็ไม่เคยทำลายชีวิตผู้หญิงคนไหน และจะไม่มีทางทำอย่างนั้นแน่...
              อากาศหนาว ๆ แบบนี้ขี้เกียจอาบน้ำจัง ว่าแล้วคืนนี้ไม่อาบดีกว่า (ก็อาบตอนเย็นแล้วนี่) แล้วทำไมจะต้องมาเล่าความซกมก ของตัวเองให้คนอื่นรู้กันเนี่ย ...ไม่เป็นไรหรอก เขียนแค่คืนเดียว เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าก็รีบมาลบออกอีก (ถ้าไม่ลืม) พรุ่งนี้เจอแน่..
     
    นอนหลับฝันดีนะ เวลานี้เธอก็คงหลับฝันหวานอยู่  ขอแค่สักคืนได้ใหม ที่จะฝันถึงพี่.. ฝันดีคับ
    03 November

    อีกคนที่รักเธอ by ต้นกล้า

     

    คำเตือ

      Blog นี้ผู้จัดทำมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบกาม ความคิดเห็นเฉพาะกลุ่ม ห้ามมิให้ผู้ใดผู้หนึ่งกระทำการซึ่งเป็นการโฆษณา หรือแสดงความคิดเห็นที่ไม่สุภาพ ขัดต่อศีลธรรมอันดี และขัดใจผู้จัดทำ ห้ามลงข้อความใด ๆ ซึ่งเป็นการไม่ลามกอนาจาร ห้ามประกาศหาคู่ใน blog นี้ ทั้งนี้ผู้จัดทำขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นซึ่งไม่เหมาะสม..

    (Space master : Tonkla หล่อเหนือสิ่งอื่นใดในสากลโลกนี้,  หล่อ ดูดี และมีชาติตระกูล , หล่อน้อยกว่านี้ ไม่ได้อีกแล้ว, หล่อได้บ่อยครั้ง เท่าที่ต้องการ และ หล่อลาก..ปากหมา)

    ------------------------------------------------------------------------

    ขอพล่ามก่อนเข้าเนื้อหา

       อาจจะมองว่าพี่ชายของเธอ  ที่เคยเจอกันทุกวัน หลัง ๆ ชอบทำอะไรแปลกไป

    อาจมีแววตา ไปให้เธอ ที่อาจทำเธอข้องใจ คล้าย ๆ มันมีอะไรอยู่ในนั้น

    อย่ากังวลอย่าสนใจ กับอะไรที่ฉันเป็น

    เหลวไหล ไปเองที่ใจหวั่นไหว แต่หากว่าเธอไม่ว่ากัน

    ก็อยากให้เธอได้รู้ใจ ว่าฉันกำลังตกหลุมรักเธอ

    ก็มันเป็นอย่างนี้แล้วให้ทำไง จะให้กินยาอะไรแก้ไขไม่ได้หรอก

    ก็มันรักเข้าแล้ว แล้วให้ทำไง ก็ปล่อยให้รักต่อไปตามใจมันแล้วกัน

     

    ส่วนใจเธอจะให้ใคร อยู่ที่ใครไม่สำคัญ เรื่องนั้นไม่ทำให้ใจหวั่นไหว

    แค่อยากจะนอนคิดถึงเธอ  ไม่อยากจะเป็นเจ้าของใจ แค่ขอเป็นใครอีกคนที่รักเธอ  

    แค่อยากจะนอนคิดถึงเธอ ไม่อยากเป็นเจ้าของใคร แค่นี้ก็สุขใจเกินพอ

    ***********************************

     ** My Diary **

     

     

    01 Dec 05 : 10.25

    หวัดดีคับทุก ๆ คนที่กรุงเทพฯ ตอนนี้มาออกจ๊อบที่ชลบุรี มากันเจ็ดคน มีพี่ธัญญา (ซีเนียร์) ต้นกล้า ยัยน้องแอ้ป น้องปุ๋ย น้องนิ น้องผึ้ง น้องโท้ รวมพลพรรครักเอยได้ เจ็ดคนพอดี น้อง ๆในจ๊อบ enjoy กับการกินมาก ๆ ทุกคนสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ อ้วนพีเป็นอย่างดี เพราะลูกค้าที่นี่เลี้ยงดี ข้าวเย็นก็กินกันจุ ทุกมื้อ เฮ้อ วันที่สี่แล้วยังไม่ได้ TB เลย เริ่มปลงซะแล้ว อยากจะให้ก็ให้ ไม่ให้ก็ไม่เอา...เป็นไงไม่รู้ทำงานแล้วรู้สึกง่วงนอนได้ทั้งวันเลย ทั้ง ๆ ที่ก็นอนไม่ดึกเท่าไหร่ ขนาดเมื่อวานซื้อ เอ็ม 150 มากินก็ยังไม่ได้รู้สึกสดชื่นขึ้นเลย หรือเราจะดื้อกับพวกเครื่องดื่มชูกำลังพวกนี้ซะแล้ว พักหลัง ๆ นี่กินยังกับเป็นผู้ใช้แรงงาน ที่ชลฯ ช่วงนี้ไม่ค่อยหนาวเลย อากาศธรรมดามาก ๆ ไม่เหมือนเชียงใหม่อาทิตย์ที่แล้วที่เราไป ตายละ วันนี้พี่หนุ่มจะมารีวิวซะด้วย ยังทำคอนโทรล ไม่เสร็จเลย..รีบไปทำต่อดีกว่า เข้ามาเขียนพอให้หายเซ็ง...ไปละ แล้วเจอกัน กรุงเทพมหานคร..

    .......ต้นกล้า....คิดถึง

     

    ลืมไป วันนี้มีแขกรับเชิญมาเขียนเป็นที่ระลึกด้วย

    ให้ทายว่าเป็นใคร

     

    ฮาโหล.......นี่แอ๊ปเองจ้า ตอนนี้มาจ๊อบกับพี่กล้า เลยได้มาเป็นแขกรับเชิญนะ จ๊อบนี้น่าเบื่อจัง ลูกค้าเพิ่งให้ TB มาเมื่อตะกี๊เอง ไม่รู้จะทำได้รึป่าว พี่กล้าอะง่วงทั้งวันทั้งคืนเลย ไม่รู้อดหลับอดนอนมาจากไหน กินกาแฟวันละ 8 แก้ว M-150 อีกวันละ 3 ขวดก็ยังหลับอยู่ โอเคๆ แค่มาทักทายเฉยๆนะ ไปดีกว่า เดี๋ยวโดนพี่จับได้ว่าแอบมาเล่น ไว้จะมาเป็นแขกรับเชิญใหม่นะคะ :)

     

    25 Nov 05 : 15.30

    เป็นอะไรไม่รู้ สองสามวันนี้เบื่อจังเลย สงสัยตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้เบื่องาน หรือเบื่อคน เอ๊ หรือทั้งสองอย่าง ดีที่อยู่เชียงใหม่นะเนี่ย เพิ่งผ่านวันเกิดมาได้ 2 วัน (ก็เหมือนวันทั่ว ๆ ไปไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าวันอื่น ๆ) ตอนนี้แอบโดดงานมาขอยืมเครื่องลูกค้าระบายความใคร่ (เฮ้ย  ..ความเครียด) ถ้าซีเนียร์มาเห็นเข้าต้องโดน..แน่เลยกรู ทำไงได้ก็คนมันเซ็ง..... เจ้าของเครื่อง (พี่น้ำหวาน) เอาเงินไปเข้าธนาคารที่ลำพูน ช่วงเย็นคงจะกลับ ข้าง ๆ ตอนนี้ก็มีพี่ลูกปลา (อย่าเข้าใจผิด ไม่ใช่หม่อมลูกปลาของท่านกบนะ) พี่บุญโรจน์ก็มารีวิว ด้วยวันนี้ (แต่ตอนนี้คุยกับลูกค้าอยู่) โอกาสทองของกรูเลยที่ได้แอบมาเล่นเน็ต ท่านผู้อ่าน..ที่แวะเข้ามาอ่านข้อความนี้ ขอความกรุณาปิดปากของท่านให้สนิทนะคับ อย่าให้รู้นะว่าใครเอาไปฟ้อง เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย .... ว่าแล้วก็นินทาลูกค้าที่เคฮิน ซะหน่อย เริ่มด้วยพี่อ้อแล้วกัน สาวเท่ห์ของที่นี่ได้ข่าวว่าเพิ่งอกหักมา พี่ลักษณ์ เที่ยวนี้ก็ผมยาวขึ้นหลังจากไปบวชมา แต่ก็ดูดำขึ้นด้วย  พี่น้ำหวาน..อีกคนนึงวันนี้ก็ไปแบงค์.   โน้ตบุค วันนี้ก็เจือกมาเจ๊ง ซะอีก ไม่มีมันนี่เหมือนขาดแขนขาเลยนะเนี่ย.....

      แล้วทุกคนที่กรุงเทพฯ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง อากาศหนาวหรือเปล่า รักษาสุขภาพด้วย.. ช่วงนี้อยู่เชียงใหม่ ได้ยินเพลงนี้บ่อยจัง เริ่มชอบแล้วสิ โดนกับเขาเหมือนกัน  ..จะเป็นไรใหม ถ้าฉันจะนั่งตรงนี้ ใกล้ ๆ เธอ ให้ฉันช่วยเธอเผื่อมีอะไร....

    ..พี่กล้าเป็นของทุกคนคับ..รัก

     

    Tonkla love you all.

     

    12 Nov 05 : 18.45

    วันศุกร์ตอนเย็น  เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วเตรียมกลับบ้าน ไอ้น้องเอที ดันมาพูดถึงรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ คุยไปคุยมาเลยได้รู้ว่าคอเดียวกัน ใช่สิ ลืมไปเลยนี่มันวันศุกร์ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร จัดที่สวนลุมฯ วันนี้ หลายครั้งแล้วที่ดูในเน็ตชวนให้อยากแวะเวียนไปมีส่วนร่วมในสถานที่และบรรยากาศจริง ๆ ดูบ้าง.... ว่าแล้วก็ชวนไอ้น้องเอทีเล่น ๆ ว่าไปดูรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ที่สวนลุมกันป่าว ไปช่วยให้กำลังใจคุณสนธิทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดี (ตอนแรกชวนเล่น ๆ ) แต่มันเอาจริง...ทำไงได้ชวนมันแล้ว กรูก็เสือกเลือดรักชาติพุ่งขึ้นมาตอนนี้อีก เอาว่ะ ไปก็ไป สวนลุมได้แต่นั่งรถไฟฟ้าผ่านยังไม่เคยเข้าไปเหยียบสักครั้งเลย เขาจะจัดกันส่วนไหนของสวนลุมก็ไม่รู้ กว้างขนาดนั้น สองหนุ่มหล่อต้องพเนจรกันอีกแล้วคับท่านผู้ชม  เอาว่ะ ไปหาเอาดาบหน้าก็ได้ว่ะ ว่าแล้วสองหนุ่มก็แบก laptop พะรุงพะรังออกจากออฟฟิศ  ทันใดนั้นระหว่างรอลิฟท์..สาวสวยที่ไหน เธอไปกินอะไรมาถึงมีหน้าท้องเยอะขนาดนั้น ใช่แล้ว พี่บุ๋ม นั่นเอง....เจอพี่บุ๋ม ด้วย ท้องป่องขึ้นเยอะเลยหลังจากเจอครั้งก่อน เที่ยวนี้ใส่ชุดคลุมท้องแล้ว ก้อแซวไปตามประสา แถมยังบอกพี่เขาว่าขาออกจากลิฟท์จะแกล้งกดให้ประตูหนีบซะให้เข็ด.. พูดเล่น ๆ แต่พี่เขากลัวจริง ๆ พอเห็นเขากลัวจริง เราก็เลยแกล้งจริงซะเลย ดีนะมันไม่หนีบจริง ๆ ลูกเขาเป็นอะไรขึ้นมา ต้องทำลูกเอาไปใช้คืนเขาจามีปัญญาใหมเนี่ย... ระหว่างทางไปขึ้นรถไฟฟ้า ก็ชวนพี่บุ๋มไปเป็นแนวร่วมที่สวนลุมฯ ด้วย เผื่อพี่เขาจาได้ออกทีวี ว่าขนาดคนท้องก้อยังมาชุมนุมกะเค้า  (ท่านผู้ชมครับ คงเป็นภาพที่รันทดมาก ที่ผู้หญิงท้องแก่คนนึง ยืนมือซ้ายกุมท้อง ชูมือขวาขับไล่ ทักสิน ปรากฎหราบนหน้าหนังสือพิมพ์ ผู้หญิงท้องแก่ทำงานอยู่ PwC คนนี้อาจพลิกประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็ได้) แต่พี่บุ๋ม ไม่เล่นด้วย อ้างว่ากลัวสามีจะรับไม่ได้และอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อฟ้องหย่าได้เลยจบข่าว ความฝันที่จะทำให้พี่บุ๋มได้ออกทีวี มีชื่อเสียงก็หมดกัน.....

             Next station Saladaeng เป็นเสียงประกาศของโฆษกประจำรถไฟฟ้า นั่นหมายความว่าจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย และการทำอะไรเพื่อตอบแทนสังคมของข้าพเจ้ากับไอ้น้องเอทีที่มาด้วย กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...ลงรถไฟฟ้าแล้วคนเยอะมาก หันซ้ายหันขวาจะไปทางไหนดี.. บางทีกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่าข้าพเจ้ารู้จักมันดีพอควร แต่บางทีกรุงเทพฯ มันก็ทำให้ข้าพเจ้าดูเหวอเหมือนวันแรก ๆ ที่ข้าพเจ้ายังเป็นบ้านนอกเข้ากรุงอยู่นั่นเอง.....สวนลุมพินี ครั้งแรกที่เคยมาเหยียบนะเนี่ย อ้าว อย่ามัวชื่นชมกับบรรยากาศอยู่ เขาจัดปราศัยกันตรงไหนเหรอเนี่ย แต่เอ๊ะ ! ได้ยินเสียงพูดผ่านเครื่องกระจายเสียงมาแว่ว ๆ ใช่แล้วเสียงคุณสนธินี่หน่า เดินตามเสียงเอาก็ได้ว่ะ คงอยู่ไม่ไกล....เสียงใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ คนก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนมากหน้าหลายตา ขนาดเราเองก็ยังนึกไม่ถึงว่าคนจะเยอะอย่างนี้ มีทั้งผู้ใหญ่ คนแก่ พาลูกพาหลานมา วัยรุ่น นักเรียนนักศึกษา คนจาไปเที่ยวกลางคืนแถวสีลมมาเดินฆ่าเวลาก็มี พนักงาน กฟผ. ก็เยอะ แต่ไม่ยักเห็นสาว ๆ side line ที่ชอบยืนแถว ๆ นี้เลย (สงสัยคงยังไม่ดึกพอ) เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอคนรู้จักใหมเนี่ย เอ๊ แล้วถ้ามาเจอลูกค้าจะทักกันยังไงดี....ใช่แล้ว ต้องหาที่นั่งประจำก่อน หันไปทางขวาริมฟุตบาทมีที่ว่างนั่งได้สองคนก็ชวนไอ้น้องไปนั่ง แต่เอ๊ ตรงนี้วิวไม่ดีว่ะ เสียงได้ยินก็ไม่ชัด เดินไปหาเอาข้างหน้าอีกดีกว่า..ได้แล้ว ตรงนี้แหละทำเลเหมาะทีเดียว ใกล้ประตูทางออก เผื่อใครมาโยนระเบิดจะได้หนีทัน..อ่อ ในกระเป๋าก็มีหนังสือพิมพ์แจก เอาออกมาปูนั่งกับพื้นถนนพอทีเลย ไม่เสียแรงที่พกติดตัว..ช่วงเบรคคุณสนธิออกมาจากหอประชุมมายืนโบกมือด้วย เห็นคนข้างนอกก็โบกมือตอบ ทีแรกไม่รู้หรอกเขาโบกทำไม เห็นยกมือโบกก็ทำตามด้วยเพิ่งมารู้ทีหลัง อยากจะตะโกนดัง ๆไปว่า "คุณสนธิ ผมอยู่นี่ เป็นกำลังใจให้นะคับ" แต่ด้วยสติสัมปชัญญะที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ก็ข่มใจให้สงบสติอารมณ์ว่าไม่สมควร...นั่งไปสักพัก ก็เริ่มร้อน เหงื่อออกเต็มเลย ยุงก็กัด แต่ความรู้สึกตอนนั้น มันไม่ได้รู้สึกว่าลำบาก อึดอัด หรือหิวเลย เพราะเรามัวแต่จดจ่ออยู่กับการฟัง...แต่เอ๊ ด้วยสายตาอันเฉียบไวด้านซ้ายของเรามีการเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ ...คุณพระช่วย กล้วยทอด..ช่วยลูกด้วย ไอ้น้องเอที มันควักไข่ปิ้งมาจากไหนไม่รู้มารับประทาน อ๋อใช่ ไข่ปิ้งที่มันพกไปกินที่จ๊อบแล้วเหลือ อืม นึกได้แล้วตอนเย็นมันยังชวนเรากินไข่ปิ้งอยู่เลย แล้วเราก็ตอบไปว่า "ไม่กิน  ไข่พี่มีเยอะแล้ว" ยังเหลือเก็บมากินได้อีกหรือนี่....นับเป็นความรอบคอบที่พกอาหารติดตัวตลอด แต่แหม คุณน้องคับ พี่ก็ built อารมณ์รักชาติ และในหลวงมาจนถึงขีดสุด ต้องมาสะดุดเพราะขำในสภาพที่คุณน้องกำลังแทะไข่ปิ้งนี่แหละคับ แน่ะ. ยังยื่นมาให้กรูกินอีก ขอบใจกินเถอะ พี่อิ่มใจแล้ววันนี้..สักพักมันก็หายไปพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด หลอด 2 หลอดยื่นให้เรากิน ขอบใจมากไอ้น้อง พี่ก็หิวน้ำนานแล้วแหละแต่ขี้เกียจไปซื้อ ความดีความชอบและน้ำใจในครั้งนี้พี่จะไม่ลืมเลย.....ใกล้จะช่วงสุดท้ายแล้ว เอ๊ะ ข้างหน้าของเรามีน้องนักศึกษาสาว 3 คนเพิ่งเข้ามาด้วย ประทับใจจริง ๆ เป็นวัยรุ่นที่มีอุดมการณ์นัก ดู Brain & Beauty ขึ้นมาทันทีถูกใจพี่เป็นที่สุด เอ๊ น้องเขาคงต้องการกระดาษรองนั่ง...ใช่แล้วของเรามีกระดาษหนังสือพิมพ์เหลือนี่ ต้องแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ จะยื่นให้ก็เขินอะ แต่ก็เอาว่ะไม่ต้ององต้องอายอะไรกันแล้ว (อายุก็ปูนนี้แล้วไม่รู้จาอายไปทำไมกัน ถือคติด้านได้ อายอดโว้ย) ยื่นให้ดีกว่า...เขารับด้วยแหละ แต่ไม่เห็นยิ้มตอบเลยอะ...ไม่เป็นไร...บอกตัวเองไว้ว่าวันนี้เรามาเพื่ออุดมการณ์ไม่ได้มาหลีสาว เอาว่ะ ไม่ยิ้มก็ไม่ยิ้ม....แต่เอ๊ะ นั่งไปสักพัก เริ่มรู้สึกว่าน้อง ๆ นักศึกษาสาวมาผิดงานหรือป่าวคับ เพราะน้องไม่ได้ฟังเขาพูดเลย มานั่งจับกลุ่มคุย กินขนมกัน เหมือนมาปิคนิค หรือน้องมาผิดงานเข้าใจว่ามีคอนเสิร์ตกลางแจ้งป่าวเนี่ยะ ...เสียแรงที่พี่อุตส่าห์ชื่นชมและศรัทธา..เศร้า.....ใกล้จาเลิกแล้ว ช่วงท้ายได้ยืนและกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อในหลวงด้วย "ข้าพเจ้าจะใช้สองมือ สองเท้า หนึ่งสมอง ตอบแทนสังคมและรับใช้ใต้เบื้องยุคลบาท" ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้าจะจดจำใส่เกล้าใส่กระหม่อมไว้....งานเลิกแล้วผู้คนก็ทยอยกันเดินออก ดีนะที่เราอยู่ใกล้ประตูเลยได้ออกเป็นคนแรก ๆ ระหว่างเดินไปขึ้นบีทีเอส ความหิวที่แอบซ่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ วิ่งเข้ามาปะทะอย่างจัง ..ตายละ หิวมากเลยนะเนี่ย เมื่อกี้แปลกนะนั่งตั้งนานกลับไม่รู้สึกหิวเลย...แต่ช่างเหอะ อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจที่จะมาในวันนี้..มาสวนลุมครั้งแรกกับประสบการณ์อีกบทนึงของชีวิต...ไม่เสียดายเลยที่มาวันนี้ รู้สึกรักชาติขึ้นเยอะเลย...

     

    เพื่อพ้องเพื่อน กูจะสู้หลังชนฝา
    เพื่อลูกเมีย กูจะสู้สุดใจกล้า
    เพื่อพี่น้อง กูจะสู้สุดแรงหล้า
    เพื่อบ้านเมือง กูจะสู้จนสิ้นเลือดหยดสุดท้าย 
     ******************************************************************

     12 Nov 05 :  17.34

    เลิกจ๊อบแล้วตั้งแต่บ่ายสามโมง เบื่อเจง ๆ เลยจ๊อบนี้ไม่อยากไปแล้ว วันนี้ลูกค้ามีประชุมด้วย เขาพาไปเลี้ยงบุฟเฟต์ หัวละ 290 บังคับให้กินให้คุ้มอีก ก็พยายามกินให้เยอะแล้วนะ แต่ก็คงไม่คุ้มหรอกใครจะไปกินไหว เดี๋ยวก็พุงกางขี้เกียจ แขม่ว.  ไม่ได้ยังไงก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ "หล่อ ขี้เล่น แสนซน" เอาไว้ก่อน.    เลิกงานเก็บของโดยรวดเร็วจนลูกค้าแซวว่าอยากกลับมากละสิ (ใช่) ในใจก็ตอบอย่างนั้นแหละ ดูสภาพแล้วเหมือนพนักงานขายประกัน หรือเซลส์อะไรสักอย่างเลยเรา แบกกระเป๋า ไฟล์ ข้าวของพะรุงพะรังเหมือนพวกมาเสนอขายสินค้า บวกกับหน้าตาเราซึ่งบางมุมก็ดูหล่อแบบบ้าน ๆ ยิ่งเหมือนเข้าไปอีก ใครเลยจะนึกว่าเป็น Auditor incharge มือสมัครเล่นอย่างเรา ยืนรอเรียกแท็กซี่ หลายคันมั่ก ๆๆ ก็ไม่มีคันไหนจะยอมไป มันจะไกลมากนักหรือไงฟะ รัชดา กับ สาทร เนี่ยะทำไมไม่ยอมไป เงินนะไม่อยากได้หรือยังไง สุดท้ายเงินเพียงเล็กน้อยในกระเป๋าเรา ก็ไม่สามารถเอาชนะใจแท็กซี่ผู้กระหายจะคืนรถให้ทันกะ ได้ก้อเลยต้องยอมนั่งไปลง เยาฮัน (เชย จริง ๆ เลยเราเขาเปลี่ยนไปเรียกฟอร์จูนแล้ว แล้วจะมาเล่าความเชยให้คนอื่นรับรู้ทำไมเนี่ย) การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ กำลังจะเกิดขึ้นอีกแล้ว แต่น แต้น แต๊น...ว่าแล้วก็รีบมุดไปรถไฟใต้ดิน MRT กับไอ้น้องเอที ที่ยืนข้าง ๆ เราแล้วทำให้ความรู้สึกว่าเหมือนเป็นแก๊งเซลส์แมนเพิ่มขึ้นอีก  โผล่จากรถใต้ดินตรงสีลมก็เดินมาขึ้น บีทีเอส อีก เสร็จแล้วก็ลงเดินข้ามสะพานลอยมาตึกบางกอกซิตี้อีก กว่าจะถึงชั้นสิบสี่ หอบเป็นคุณลุงไปเลย  ดีนะเนี่ย ที่ไม่มีน้อง ๆ เห็นเดี๋ยวก็หาว่าแก่แล้วแก่เลย อายตาย..

     

    เย็นวันศุกร์นะเนี่ย สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "คน" หลงเหลืออยู่ในออฟฟิศน้อยมั่ก ๆๆ จนว้าเหว่  อยากกลับบ้านแล้ว กลับไปก็ไม่มีอะไรทำ รู้งี้ไม่น่ารีบสอบ CPA ผ่านเลยจะได้มีอาไรทำบ้าง (อิอิ เว่อร์นะ)  ห้าโมงห้าสิบนาที แล้วกลับบ้านตอนนี้ก็ดูไม่น่าเกลียด อิอิ เก็บของดีกว่ากรู.

     

     

     

     

     

     

    30 October

    ต้นกล้า...ในสายลม หนาว

     

       ไม่รู้ว่าเธอ... ตอนนี้อยู่แห่งไหน

    เธอรู้บ้างไหมใคร คนนี้อยากเห็นหน้า

    เมื่อลมหนาวพัดมา รู้สึกสั่นหัวใจ อยากมีเธอนอนกอดแนบกาย

     

    ท้องฟ้าก็สวยงาม..พระอาทิตย์ตื่นสาย

       พระจันทร์หล่นหายไป หายไปทางหลังบ้าน

    ดอกหญ้าก็เริ่มบาน อากาศช่างแสนดี 

    อยากให้เธอมาอยู่ตรงนี้...

     

    คิดถึงเธออยากให้เธอรู้จริง ๆ เธอนั้นน่ะคิดถึงฉันบ้างใหม

    อยากยืนข้างกาย ได้กุมมือโอบหัวไหล่

    ฉันคงสุขใจ เธอมีความหมาย มากกว่าใคร ๆ

     

    ########################

     

    เธอ.. ถ้าเธอได้เข้ามาใน Blog นี้อะ เธอก็รู้แหละ ว่ามีใครคนนึง "หลงรัก" เธออยู่

    อยากจะทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ แต่ทำไงได้ ก็รู้ตัวเองอยู่เหมือนกัน ว่าเส้นขนาน คงไม่

    มีทางมาบรรจบกันได้ ระหว่างเรามันมีช่องว่าง ซึ่งนับวันจะขยายขึ้นเรื่อย ๆ เหลือเกิน

    แอบเป็นห่วงนะ เวลาเธอทำงานหนัก กลับบ้านดึก อยากไปรับ และช่วยเธอถือของจัง

    แต่ทำไงได้..ตัวเองก็ยังกลับดึก ทำงานหนัก อยู่เลย รถก็ยังไม่มีอีก.

     

    29 ตุลาคม 2548 เวลา 14.25  :  

    ฉันคงไม่อาจทำให้เธอเปลี่ยนใจ  ฉันคงไม่อาจทำให้เธอกลับมารักฉัน ...

     

    ต้นกล้า..ในสายลมหนาว

     

     

    29 October

    หนาว..เหงา..ห่วง...เหม่อ

    เบื่อจังเลยวันหยุด ต้องทำงาน ตื่นเช้าไปตีแบต กลับมาทำงานแถวบางพลัดอีก ไม่รู้จะงก ไปถึงไหน อยู่สบาย ๆ บ้างก็ไม่ได้